ร้านโมเดลกันดั้ม,ร้านขายกันดั้ม,ขายโมเดลกันดั้มราคาถูก,เว็บขายโมเดลกันดั้ม,ขายGundam,modelgundam,โมเดลกันดั้ม,โมจีนราคาถูก,กันดั้ม,http://www.modelgundamtoy.com/
 กันดั้ม,กันดัม,เนื้อเรื่องกันดัม,แนะนำกันดัม,

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player" width="112" height="33

หน้าหลัก หน้าหลัก | เว็บบอร์ด | วิธีการชำระเงิน | วิธีการจัดส่งสินค้า | ติดต่อร้านค้า | เนื้อเรื่องกันดัม | ข่าวสารโมจีน
ยินดีต้อนรับ : Guest แจ้งชำระเงิน 
ค้นหาข้อมูลสินค้า :
สถิติการเข้าชม
วันที่เปิดร้าน :  19 ก.ย. 2553
วันที่อัปเดทล่าสุด :  13 พ.ย. 2557
เข้าชมทั้งหมด :
1,388,857 คน
เข้าชมวันนี้ :
527 คน
ออนไลน์ :
1 คน
มุมสมาชิก
ชื่อผู้ใช้งาน :
รหัสผ่าน :
 
สมัครสมาชิกร้านค้า | ลืมรหัสผ่าน?
เนื้อหาหลัก
 ข่าวสารวงการโมจีน
 เนื้อเรื่องกันดัม

หมวดหมู่สินค้า
 ทั้งหมด
 สินค้าออกใหม่ล่าสุด Update ล่าสุด(ยังไม่จำหน่าย
 สินค้าเข้าใหม่
 โมเดล ขนาด 1/60 PG , HG
 โมเดล 1/100 มาสเตอร์เกรด
 โมเดล 1/100 ไฮเกรด
 โมเดล 1/144 ภาค SEED
 โมเดล 1/144 ภาค 00
 โมเดล GD / GHD 1/144
 TT กั้นดัม สามก๊ก PG
 โมเดล 1/144 HGUC
 โมเดล SD กันดัม
 ZOIDS + D Style
 โมเดล สามก๊ก BB ยี่ห้อ Decoo Jargon
 อุปกรณ์เสริม สำหรับต่อโมเดล

ก่อนจะเริ่มเล่นโมเดลมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ

กันดั้ม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
                  

กันดั้ม  (ญี่ปุ่น: ガン ダム Gandamu ?) (อังกฤษ: Gundam) เป็นซีรีส์แอนิเมชั่นญี่ปุ่นเกี่ยวกับหุ่นยนต์ต่อสู้ขนาดยักษ์ สร้างโดยบริษัทซันไรส์ กันดั้มนับเป็นอะนิเมะซีรีส์แรกซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มการ์ตูนหุ่นยนต์แนวเรียล โรบ็อท มีการสร้างภาคต่อและภาคใหม่มาจนถึงปัจจุบัน และในบางตอนของกันดั้มหลายๆซีรีส์ ซันไรส์ได้สร้างใหม่หรือสร้างเพิ่มเติมแบบขยายความจากเนื้อเรื่องเดิมในรูป แบบ คอมพิวเตอร์กราฟิกส์ โดยรวมกันในชื่อ Gundam Evolve ออกมา

สำหรับคำว่า กันดั้ม เป็นคำเรียกรวม ๆ ของซีรีส์สองกลุ่มคือ กลุ่มที่ใช้ระบบปฏิทินแบบ Universal Century เช่น โมบิลสูทกันดั้ม และกลุ่มจักรวาลคู่ขนานอื่นๆ เช่น กันดั้มวิง กันดั้มเอกซ์ หรือ กันดั้มซี้ด นอกจากนั้นยังมีเรื่องชุดเอสดีกันดั้ม (SD Gundam) ซึ่งเอสดีเป็นตัวย่อมาจากคำว่าซูเปอร์ดีฟอร์ม ภาคแรกๆของเอสดีกันดั้มนี้มีเนื้อหาที่เป็นแนวตลกขบขันและล้อเลียนเนื้อหา ของภาคหลัก

ผู้กำกับและเขียนบทกันดั้มภาคแรกๆ คือ โทะมิโนะ โยะชิยุกิ ผู้ออกแบบตัวละครคือ ยะซุฮิโกะ โยะชิกะซุ หรือ YAS

เนื้อเรื่องของกันดั้มยังมีการเผยแพร่ในรูปแบบของหนังสือการ์ตูนและนิยาย ซึ่งมีทั้งเนื้อเรื่องซึ่งเป็นการดัดแปลง ตัดทอน หรือขยายความจากเนื้อเรื่องในอะนิเมะซีรีส์ กับเรื่องที่เป็นภาคประกอบของเรื่องหลัก ปัจจุบันหนังสือการ์ตูนมีตีพิมพ์ในประเทศไทยโดยสำนักพิมพ์หลายแห่ง เช่น บงกช พับลิชชิ่ง และสยามอินเตอร์คอมิกส์

เนื้อหา


 ซี รีส์แอนิเมชันกันดั้ม (เรียงลำดับตามการออกฉายในญี่ปุ่น)

 ระบบ ปฏิทินในกันดั้ม

เนื้อเรื่องในช่วงแรกๆ ใช้ระบบปฏิทิน Universal Century (UC 宇宙世紀) ส่วนภาคหลังๆ จะใช้ระบบปฏิทินอื่น (และโลกจินตนาการอื่น) ที่ต่างออกไป

 เกม

ตัวละครและหุ่นยนต์จากซีรีส์กันดั้ม มักจะไปปรากฏอยู่ในเกมซีรีส์ ซูเปอร์โรบ็อตไทเซ็น ของแบนเพรสโต อยู่เสมออย่างน้อยหนึ่งตัว โดยตัวละครที่ไปปรากฏบ่อยที่สุดก็คือ Amuro Ray โดยมักจะมากับกันดั้ม RX-93 Nu Gundam

 

 

 

โมบิลสูทกันดั้ม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
 

โมบิลซูทกันดั้ม การ์ตูนญี่ปุ่นในลักษณะอะนิเมะซึ่งผลิตโดยบริษัทซันไรส์ ซึ่งถือว่าเป็นอะนิเมะที่เป็นต้นกำเนิดหุ่นยนต์ประเภทรีลโรบ็อตและมีอิทธิผล ต่อวงการอะนิเมะเป็นอย่างมากในปัจจุบันนี้ ออกอากาศครั้งแรกในญี่ปุ่น ทุกวันเสาร์ 17:30 - 18:30 วันที่ 7 เดือน4 ปี1979 จนถึง 26 เดือน 1 ปี 1980 รวมทั้งสิ้น 43ตอน ผลงานของ โยชิยูกิ โทมิโนะ (Yoshiyuki Tomino)

 เนื้อ เรื่อง

ปีศักราชอวกาศ 0079 สงครามระหว่างเอิร์ธนอยด์กับสเปซนอยด์ที่เกิดขึ้นจากการปลดแอกของชาวโคโลนี ไซด์ 3 ซึ่งใช้ชื่อว่า ซีออน กองทัพโลกหรือทางกองทัพสหพันธ์ซึ่งเสียเปรียบอยู่เนื่องจากทางซีออนได้คิด อาวุธรุ่นใหม่ขึ้นมา อาวุธที่มีรูปแบบมาจากมนุษย์เรียกว่าโมบิลสูททำให้ทางซีออน นั้นได้เปรียบทางสหพันธ์โลกเป็นอย่างมากในยุทธศาสตร์ทางสงคราม ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่าอนุภาคไมนอฟสกี้ ที่ทำให้สงครามนั้นยืดเยื้อขึ้น และที่สุดกองทัพโลกก็ได้คิดค้น โมบิลสูท รุ่นใหม่ขึ้นซึ่งเรียกว่า กันดั้ม... บทเริ่มต้นจุดจบของของสงคราม1ปี

อามุโร่ เรย์ เด็กหนุ่มที่อาศัยอยู่ในไซด์ 7 ได้ขึ้นบังคับกันดั้ม [RX-78-2] ในครั้งที่ซีออนบุกมาโจมคีไซด์7 ทั้งที่ขึ้นขับเป็นครั้งแรก ก็สามารถทำลายแซค[zaku] ของซีออนได้ถึง2เครื่อง หลังจากนั้นอามุโร่ก็ได้เข้าประจำการ และเป็นกำลังสำคัญให้กับกองทัพโลก ทางซีออนเองก็มีชาร์ อัสนาเบิลฉายาดาวหางสีแดง เป็นกำลังสำคัญเช่นกัน ในตอนท้ายของสงคราม ราร่า คนรักของชาร์ และหญิงที่อามุโร่หลงรัก ได้ยอมสละชีวิตตนเพื่อช่วยชาร์จากการโจมตีของอามุโร่ ทำให้ทั้งชาร์ และ อามุโร่ กลายเป็นคู่แค้นกันตั้งแต่นั้น เป็นต้นมา สุดท้ายแล้วสหพันโลกก็สามารถเอาชนะสงตราม1ปีได้ ชาร์หายสาบสูญ อามุโร่ยังคงเป็นทหารของกองทัพต่อไป

 ตัว ละครสำคัญ

ฝ่ายกองทัพสหพันธ์

ฝ่ายซีออน

 

 

 

 

เซต้ากันดั้ม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
 
MSZ-006 เซต้ากันดั้ม

MSZ-006 เซต้ากันดั้ม(ญี่ปุ่น:Ζガンダム  ;อังกฤษ:Z Gundam)เป็นโมบิลสูทตัวเอกเครื่องที่สองของการ์ตูนญี่ปุ่น อะนิเมะซีรีส์โมบิลสูทเซต้ากันดั้มและมีบทบาทสำคัญต่อ มาในโมบิลสูทกันดั้มดับเบิ้ลเซต้า ออกแบบโดยคาซุมิ ฟุจิตะ คำว่าเซต้าในชื่อเซต้ากันดั้มมาจากอักษรกรีก(ζ) ซีต้า

เนื้อหา


 เนื้อ เรื่อง

เซต้ากันดั้มเป็นโมบิลสูทสำคัญที่พัฒนาโดยบริษัทแอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกตาม โครงการโปรเจกต์เซต้าเพื่อพัฒนาโมบิลสูทที่สามารถแปลงร่างได้ ในช่วงแรกของการพัฒนาเซต้ากันดั้มนั้นประสพปัญหาสำคัญที่โครงสร้างซึ่งใช้ กับโมบิลสูทโดยทั่วไปนั้นไม่สามารถใช้การได้ จนกระทั่งได้โครงสร้างแบบมูฟ เอเบิ้ลเฟรมของกันดั้มมาร์คทูว์มาศึกษา ซึ่งในขณะนั้นคามิว บีดันนักบินของ กลุ่มต่อต้านสหพันธ์โลกซึ่งเป็นอดีตผู้ชนะการแข่งขันออกแบบจูเนียร์โมบิลสูท ได้ออกแบบเซต้ากันดั้มไว้เป็นโมบิลสูทในจินตนาการ แต่อัสโตนาจิ เมดอสโซ วิศวกรประจำยานอากาม่าได้นำมาปรับปรุงแล้วส่งไปให้แอนาไฮม์อิเล็กทรอนิ กพิจารณาและกลายเป็นรูปแบบของเซต้ากันดั้มที่สมบูรณ์

เซต้ากันดั้มมีไบโอเซ็นเซอร์ที่เป็นระบบไซคอมมิวขนาดเล็กทำให้นักบินที่ เป็นนิวไทป์สามารถควบคุมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เซต้ากันดั้มสามารถแปลงร่างเป็นยานเวฟไรเดอร์เพื่อเร่งความเร็วและสามารถบิน ในชั้นบรรยากาศโลกได้ ซึ่งเกราะด้านหลังของเซต้ากันดั้มจะเป็นพลังก์อาร์เมอร์สำหรับกันความร้อน ขณะการเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกในร่างเวฟไรเดอร์ ดาบบีมเซเบอร์ของเซต้ากันดั้มจะเก็บไว้ที่เอวและสามารถใช้ยิงเป็นบีมกันใน ร่างเวฟไรเดอร์ได้ ที่แขนของเซต้ากันดั้มติดตั้งเกรเน็ดลันเชอร์สองลำกล้อง และสามารถใช้งานไฮเปอร์เมก้าลันเชอร์ซึ่งเป็นบีมลันเชอร์อานุภาพสูงซึ่ง พัฒนามาจากเมก้าบาซูก้าลันเชอร์ของเฮียะกุชิกิให้มีขนาดเล็กลงและใช้งานได้ง่ายขึ้น ส่วนปลายของไฮเปอร์เมก้าลันเชอร์ติดบีมเซเบอร์ไว้จึงสามารถใช้เป็นเหมือนดาบ ยาวได้ บีมไรเฟิลของเซต้ากันดั้มก็สามารถใช้เป็นบีมเซเบอร์ได้

เซต้ากันดั้มได้รับการประจำการบนยานอากาม่าโดยเป็นโมบิลสูทประจำตัวของคา มิว บีดันตลอดช่วงศึกกรีปส์ ในช่วงสงครามนีโอซีอ้อนครั้งที่หนึ่งซึ่งคามิวอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถควบคุม โมบิลสูทได้อีก เซต้ากันดั้มซึ่งยังประจำการบนยานอากาม่าได้เป็นโมบิลสูทของนักบินรุ่นใหม่ คือจูโด้ อาชิตะและต่อ มาได้เปลี่ยนไปให้ลู ลูก้า

 แซด พลัสซีรีส์

โมบิลสูทแบบแปลงร่างได้ซึ่งพัฒนาต่อมาจากเซต้ากันดั้มซึ่งมีบทบาทสำคัญใน นิยายกันดั้มเซนติเนลและนับเป็นรุ่นผลิตจำนวนจำกัด ของเซต้ากันดั้ม แซดพลัสซีรีส์ได้รับการออกแบบโดยฮาจิเมะ คาโทกิ

แซดพลัสยังใช้โครงสร้างหลักที่ใกล้เคียงกับเซต้ากันดั้ม แต่ไม่มีไบโอเซนเซอร์และพลังก์อาเมอร์เพื่อใช้ลดค่าใช้จ่ายในการผลิต อาวุธของแซดพลัสส่วนใหญ่จะประกอบด้วยบีมเซเบอร์ ปืนวัลแคนและบีมแคนน่อนติดเอวสองกระบอก แซดพลัสนั้นมีการผลิตเป็นรุ่นต่างๆกันตามการใช้งาน ซึ่งรุ่นต่างๆประกอบด้วย

  • MSZ-006A1 แซดพลัสเอ1 แซดพลัสสำหรับใช้งานบนโลกโดยผลิตเป็นจำนวนจำกัดให้นักบินของกลุ่มคาราบาใช้ งาน ในหนังสือ Model Graphix Gundam WARS III: Gundam Sentinel มีแซดพลัสซึ่งทาสีแดงและขาวซึ่งใช้รหัส MSK-006 พร้อมระบุว่าเป็นโมบิลสูทประจำตัวของอามุโร่ เรย์ แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าอามุโร่เคยเป็นนักบินของแซดพลัสเอ1จริงหรือเป็น เพียงแผนการโฆษณาของแอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกเท่านั้น ใน Gundam WARS IIIยังมี MSZ-006A1B ซึ่งเป็นแซดพลัสA1ที่ไม่สามารถแปลงร่างได้เพื่อใช้งานในโหมดเวฟไรเดอร์เท่า นั้น
  • MSZ-006A2 แซดพลัสเอ2 ดัดแปลงมาจากรุ่นเอ1โดยติดตั้งปืนไฮเมก้าแคนน่อนเพื่อเก็บข้อมูลมาพัฒนาต่อ มีการดัดแปลงแซดพลัสเอ2เป็นจำนวนหกเครื่อง แต่ถูกทำลายในการต่อสู้เสียสามเครื่อง
  • MSZ-006B แซดพลัสบี เป็นแซดพลัสที่ใช้ห้องควบคุมแบบสองที่นั่งสำหรับให้นักบินที่ไม่คุ้นกับโม บิลสูทแบบแปลงร่างได้ใช้ฝึกซ้อม ลักษณะอื่นๆโดยรวมจะคล้ายกับแบบเอ1 ใน Gundam WARS IIIยังมี MSZ-006BN ซึ่งเสริมประสิทธิภาพของเซนเซอร์และมีส่วนปีกที่กว้างกว่าเดิมเพื่อเพิ่ม ความสามารถในการต่อสู้กลางอากาศและสามารถปฏิบัติการในระดับความสูงที่ต่ำ เพื่อโจมตีภาคพื้นดินได้ดี
MSZ-006C1 แซดพลัสซี1
  • MSZ-006C1 แซดพลัสซี1 แซดพลัสแบบใช้งานในอวกาศโดยผลิตเป็นจำนวนจำกัดให้สหพันธ์โลก แบ็คแพ็คด้านหลังมีท่อขับดันเสริมสี่จุด นอกจากอาวุธมาตรฐานของแบบเอ1แล้ว แซดพลัสซี1ยังสามารถติดตั้งปืนบีมสมาร์ทกันซึ่งเป็นบีมแคนน่อนอานุภาพสูงที่ มีเซนเซอร์เล็งอัตโนมัติ แซดพลัสซี1ทั้งหมดของสหพันธ์โลกถูกใช้ในการต่อสู้กับกลุ่มนิวดีไซด์ ใน Gundam WARS IIIยังมี MSZ-006C1[Bst] แซดพลัส "ฮัมมิงเบิร์ด" ซึ่งเป็นแซดพลัสซี1ที่ติดตั้งบูสเตอร์ขนาดใหญ่และถังเชื้อเพลิงเพื่อเร่ง ความเร็ว รวมถึงได้ติดตั้งอาวุธเพิ่มเติม
  • MSZ-006C4 แซดพลัสซี4 แซดพลัสที่เน้นการใช้งานในโหมดเวฟไรเดอร์ โดยเฉพาะการใช้งานในเขตบรรยากาศชั้นสูงและในอวกาศใกล้กับชั้นบรรยากาศ ออกแบบให้ลดแรงเสียดทานและแรงกระแทกที่เกิดขึ้นระหว่างชั้นบรรยากาศ บีมแคนน่อนที่เอวถูกถอดออกไปติดไว้ที่โล่ซึ่งเป็นส่วนหัวของร่างเวฟไรเดอร์ แทน
  • MSZ-006D แซดพลัสดี แซดพลัสที่เน้นการใช้งานในโหมดเวฟไรเดอร์ ได้รับการเสริมวิงก์ไบน์เดอร์เพื่อเพิ่มสมรรถนะและแบ็คแพ็คได้เสริมเครื่อง ยนต์ถึงสองเครื่อง ชิ้นส่วนทั้งหมดมีการปรับแต่งเพื่อลดแรงเสียดทานของอากาศ ระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ควบคุมรวมถึงระบบควบคุมอาวุธและการบินได้รับการปรับ ปรุงให้มีประสิทธิภาพมากกว่ารุ่นก่อนหน้านี้ เนื่องจากเป็นโมบิลสูทที่มีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสูงพอๆกับเซต้ากันดั้ม จึงไม่มีการผลิตใช้งานแต่ใช้เพื่อโฆษณาบริษัทแอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกเท่านั้น
  • MSZ-006R แซดพลัสอาร์ แซดพลัสที่ใช้ทดสอบระบบอาวุธแบ็คเวพอนซิสเต็มของ RGZ-91 รีกัซซี่จึง มีรหัสอีกชุดว่า RGZ-006

w:ja:Ζプラス

 แซด ทูว์

MSZ-008 แซดทูว์

โมบิลสูทแบบแปลงร่างได้ที่พัฒนาต่อมาจากเซต้ากันดั้มเพื่อเน้นการใช้งาน ในอวกาศโดยเฉพาะ โครงสร้างของแซดทูว์เปลี่ยนจากแบบเซต้ากันดั้มไปเป็นแบบ MSA-005 เมธัสและไม่มีไบโอเซนเซอร์เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ร่างโมบิลอาเมอร์ของแซดทูว์ไม่สามารถบินในบรรยากาศ โลกได้จึงไม่มีพลังก์อาเมอร์สำหรับใช้ป้องกันความร้อนขณะเข้าสู่บรรยากาศโลก แต่มีความเร็วที่สูงกว่าโหมดเวฟไรเดอร์ของเซต้ากันดั้มเมื่อใช้ในอวกาศ ปืนเมก้าบีมไรเฟิลซึ่งเป็นอาวุธหลักของแซดทูว์มีอานุภาพใกล้เคียงกับไฮเปอร์ เมก้าลันเชอร์ของเซต้ากันดั้ม แอนาไฮม์อิเล็กทรอนิกได้เสนอขายแซดทูว์ให้กับกลุ่มต่อต้านสหพันธ์โลกพร้อม กับ MSZ-010 ดับเบิ้ลเซต้ากันดั้ม แต่ถูกปฏิเสธไม่ซื้อจึงไม่มีการสร้างใช้งาน

แซดทูว์เป็นส่วนหนึ่งของดีไซน์ต้นฉบับ เซต้ากันดั้ม โมบิลสูทวาริเอชั่น ออกแบบโดย คาซุมิ ฟุจิตะ

 

 รี กัซซี่

RGZ-91 รีกัซซี่

โมบิลสูทซึ่งมีบทบาทสำคัญในในภาพยนตร์การ์ตูนเรื่อง โมบิลสูทกันดั้ม : ชาร์ เคาน์เตอร์ แอทแทค ออกแบบโดยยูทากะ อิซุบุจิ ชื่อรีกัซซี่ (Re-GZ)ย่อมาจาก Refine Gundam Zeta

รีกัซซี่เป็นโมบิลสูทรุ่นต้นแบบสำหรับเตรียมผลิตจำนวนมากที่พัฒนาต่อมา จากเซต้ากันดั้ม โดยเปลี่ยนจากระบบแปลงร่างแบบปกติมาเป็นการใช้ระบบอาวุธแบ็ค เวพอนซิสเต็ม (BWS)ที่พัฒนามาจาก MSZ-006R แซดพลัสอาร์แทนเพื่อ ลดค่าใช้จ่ายในการผลิต รีกัซซี่ที่ติดตั้ง BWSแล้วจะมีลักษณะคล้ายกับยานเวฟไรเดอร์โดยมีอาวุธเป็นบีมแคนน่อนและมิสไซ ล์ลันเชอร์ รีกัซซี่สามารถปลด BWSทิ้งไปได้เพื่อปฏิบัติการเป็นโมบิลสูทตามปกติ

ในภาพยนตร์ชาร์เคาเตอร์แอทแทคนั้นรีกัซซี่เป็นโมบิลสูทประจำตัวของอามุ โร่ เรย์ซึ่งได้ใช้รีกัซซี่ในการพยายามหยุดชาร์ อัสนาเบิ้ลจากการ ทิ้งดาวเคราะห์น้อย ฟิฟท์ลูน่าลงไปบนโลกในช่วงสงครามนีโอซีอ้อนครั้ง ที่สอง หลังจากที่อามุโร่ได้รับ RX-93 นิวกันดั้มเป็นโมบิลสูทประจำตัวแล้ว รีกัซซี่จึงได้เป็นโมบิลสูทประจำตัวของเคลา ซู

w:ja:リ・ガズィ

รูป แบบอื่นๆ

 MSZ-006-3A ไวต์เซต้า

ปรากฏตัวครั้งแรกในภาพยนตร์คอมพิวเตอร์กราฟิกส์ขนาดสั้น Gundam Neo Experience 0087: Green Divers และต่อมาได้มีบทบาทอีกครั้งในภาพยนตร์สั้น กันดั้มอีโวลฟ์ตอนที่ 9 ซึ่งเป็นเครื่องประจำตัวของยูนิคอร์นสีขาว (อามุโร่ เรย์) ลักษณะโดยรวมจะคล้ายเซต้ากันดั้มแต่มีสีขาวลายม่วงและได้รับการปรับปรุงให้ มีความเร็วมากกว่าเดิม

 MSZ-006-3A เกรย์เซต้า

ปรากฏตัวในกันดั้มอีโวลฟ์ตอนที่ 9 เป็นโมบิลสูทประจำตัวของหมา ป่าสีเทา (ชิน มัตสึนากะ)ใช้เครื่องกำเนิดพลังงานที่มีกำลังมากกว่าขึ้น เดิมทีนั้นเป็นสีเทาแต่ได้เสริมแอนติบีมโค้ตจึงกลายเป็นสีทองแทน ห้องควบคุมของเกรย์เซต้ายังจำลองสภาพของห้องควบคุมแบบสามจอซึ่งชินคุ้นเคย ด้านหลังมีปีกซึ่งใช้เพิ่มความคล่องแคล่ว มีบีมลันเชอร์ขนาดใหญ่กับปืนกลบีมเป็นอาวุธ

 MSZ-006-P2/3C เรดเซต้า

ปรากฏตัวในกันดั้มอีโวลฟ์ตอนที่ 9 เป็นโมบิลสูทประจำตัวของอสรพิษ แดง (ยูริ อาจิสสะ) ติดตั้งไซโคนิวไทรเซอร์ซึ่งเป็นระบบไซคอมมิวแบบใหม่

 MSZ-006-X เซต้ากันดั้มรุ่นต้นแบบ

รุ่นต้นแบบของเซต้ากันดั้มที่ไม่สามารถแปลงร่างได้เพราะโครงสร้างที่ใช้ ไม่สามารถทนแรงกดดันที่เกิดจากกลไกการแปลงร่างได้ เซต้ากันดั้มรุ่นต้นแบบมีสามเครื่อง โดย MSZ-006-X1 มีส่วนหัวแบบเฮียะกุชิกิ MSZ-006-X2 ใช้หัวแบบริคดิแอส และ MSZ-006-X3ใช้หัวแบบนีโม เซต้ากันดั้มรุ่นต้นแบบเป็นส่วนหนึ่งของดีไซน์ต้นฉบับ เซต้ากันดั้ม โมบิลสูทวาริเอชั่น ออกแบบโดย คาซุมิ ฟุจิตะ

 MSZ-007 เซต้ากันดั้มรุ่นผลิตจำนวนมาก

รุ่นผลิตจำนวนมากของเซต้ากันดั้ม โดยไม่มีไบโอเซ็นเซอร์และไม่สามารถแปลงร่างได้เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการผลิต เนื่องจากสมรรถนะของเครื่องต่ำกว่าที่คาดการไว้จึงไม่มีการผลิตจริง เซต้ากันดั้มรุ่นผลิตจำนวนมากเป็นส่วนหนึ่งของดีไซน์ต้นฉบับ เซต้ากัน ดั้ม โมบิลสูทวาริเอชั่น ออกแบบโดย คาซุมิ ฟุจิตะ

 RGZ-91B รีกัซซี่คัสตอม

เครื่องต้นแบบอีกรุ่นของรีกัซซี่ซึ่งใช้ระบบแปลงร่างแบบปกติแทนแบ็คเวพอน ซิสเต็มและมีสมรรถนะสูงกว่า อามุโร่ เรย์ได้เป็นนักบินทดสอบให้รีกัซซี่คัสตอมเพื่อใช้เก็บข้อมูลในการพัฒนารีกัซ ซี่ รีกัซซี่คัสตอมเป็นส่วนหนึ่งของดีไซน์ต้นฉบับ ชาร์ เคาน์เตอร์ แอทแทค โมบิลสูทวาริเอชั่น ออกแบบโดย มิกะ อาคิทากะ

 RGZ-95 รีเซล

RGZ-95 รีเซล

โมบิลสูทแบบแปลงร่างได้ซึ่งปรากฏตัวในนิยาย โมบิลสูท กันดั้มยูนิคอร์น ชื่อรีเซล (ReZEL)มาจาก Refine Zeta Gundam Escort Leader และนับเป็นรุ่นผลิตจำนวนจำกัดของรีกัซซี่เพื่อให้นายทหารของหน่วยลอนด์เบล ใช้งาน รีเซลใช้ระบบแปลงร่างของ MSZ-005 เมธัสแทนการติดตั้งแบ็ค เวพอนซิสเต็มและใช้ชิ้นส่วนส่วนใหญ่เป็นแบบเดียวกับของ RGM-89 เจกันเพื่อ ลดค่าใช้จ่ายในการผลิต รีเซลได้รับการออกแบบโดย ฮาจิเมะ คาโทกิ

 

 

กันดั้มดับเบิ้ลเซต้า

 

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
 

กันดั้ม ดับเบิ้ลเซต้า ((ญี่ปุ่น: 機動戦士ガンダム ZZ คิโดเซนชิ กันดั้มดับเบิ้ลเซต้า ?) ;อังกฤษ: Mobile Suit Gundam Double Zeta) เป็นโมบิลซูทกันดั้มที่สร้างต่อจากภาคเซต้า ซึ่งเนื้อเรื่องนั้นเป็นเรื่องราวหลังจากที่หน่วยไทแทนส์ได้ล่มสลายลงในสงครามกริปส์วอร์เนื่อง จากการที่เสียผู้บัญชาการสูงสุด แปปติมุส ซิร็อกโก้ ไปนั้น แต่ว่าจากผลกระทบของสงครามในครั้งนี้ทำให้ คามิล บิดัน เอสของเอวโก้กองกำลังต่อต้านไทแทนส์นั้นก็ไม่สามารถ เคลื่อนไหวได้ อันเป็นเพราะผลที่เนื่องมาจากพลังนิวไทป์ของในช่วงสุดท้าย ที่ แปปติมุส ซีร็อกโก้ได้ใช้ก่อนที่ ตัวเองจะตายนั้น ในการขับเขี้ยวกันในการต่อสู้ของทั้งสองคน ซึ่งหลังจากศึกครั้งนั้นเอวโก้ก็เสียหายเป็นอย่างมากจึงต้องซ่อมแซมที่โคโลนี่ไซด์วัน

 

 

 

โมบิลสูทกันดั้ม : ชาร์ เคาน์เตอร์ แอทแทค

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
 

โมบิลสูทกันดั้ม : ชาร์ เคาน์เตอร์ แอทแทค (ญี่ปุ่น: 機動戦士ガンダム 逆襲のシャア คิโดเซนชิ กันดั้ม เกียคุชู โนะ ชาร์ ; อังกฤษ: Mobile Suit Gundam Char's Counter Attack) เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันซึ่งออกฉายเป็นครั้งแรกในโรง ภาพยนตร์ของประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 1988 และเป็นแอนิเมชันกันดั้มเรื่องแรกที่สร้างขึ้นเพื่อฉายในโรงภาพยนตร์ โดยเฉพาะ (แอนิเมชันกันดั้มเรื่องต่อมาที่สร้างขึ้นเพื่อฉายในโรงภาพยนตร์คือ โมบิลสูทกันดั้ม F91 ซึ่งออกฉายในญี่ปุ่นเมื่อปี ค.ศ. 1991) โดยเป็นผลงานกำกับของ "โยชิยูกิ โทมิโนะ" บุคคลซึ่งถือว่าเป็นบิดาของกันดั้ม ผู้มีชื่อเล่นตามเว็บไซต์ของฝั่งอเมริกาว่า "ฆ่ามันให้เหี้ยน โทมิโนะ" เนื่องจากงานส่วนใหญ่ของเขามักจะให้ตัวละครตายอย่างไม่ปราณีคนดู

ในประเทศไทย โมบิลสูทกันดั้ม : ชาร์ เคาน์เตอร์ แอทแทค ไม่เคยฉายในโรงภาพยนตร์ แต่ได้ออกจำหน่ายในรูปแบบวีซีดีในช่วงปลายปี พ.ศ. 2548 โดยบริษัท ดรีม เอกซ์เพรส (เดกซ์)

เนื้อหา

[

 เนื้อ เรื่อง

ระวังเสียอรรถรส ข้อความด้านล่างนี้กล่าวถึงเนื้อเรื่องหรือฉากจบ

สาธารณรัฐซีออนที่ซึ่งกำลังอ่อนแอเนื่องจากเสียผู้นำไปจากครั้งการก่อกบฏ ในซีออนนั้น ได้รับการจุดประกายความหวังอีกครั้งเมื่อชายที่ชื่อ ชาร์ อัสนาเบิ้ล ซึ่งแท้จริงแล้วเขาคือ "แคสวัล เลม ไดคุน" ผู้สืบทอดของซีออนที่แท้จริงได้ปรากฏตัวขึ้นมาและนำกองทัพนีโอ ซีออน บุกโจมตีโลกอีกครั้ง โดยครั้งนี้พวกเขามีแผนที่จะใช้ ทิ้งลูน่าที่ 5 ซึ่งเป็นสถานีอวกาศที่เคยใช้ในการสร้างโคโลนี่เมื่อครั้ง มนุษย์เริ่มออกเดินทางสู่อวกาศ, ลงสู่บนพื่นโลกซึ่งเป็นฐานทัพของกองทัพโลกซึ่งตั้งอยู่ ณ ทิเบต เมืองลาซา ทำให้หน่วยลอนโด เบลล์ กองกำลังอิสระภายใต้สังกัดกองทัพโลก ซึ่งมี อามุโร่ เรย์ ศัตรูคู่แค้นของชาร์ในสงครามหนึ่งปี ชายผู้นำชัยชนะมาสู่กองทัพโลก ซึ่งรับรู้ถึงแผนการอันชั่วร้ายของชาห์ ดังนั้นอามุโร่จึงต้องร่วมมือกับ ไบรท์ โนอา อดีตกัปตันไวท์เบสเมื่อครั้งสงครามหนึ่งปี ในการที่จะหยุดการกระทำครั้งนี้ รวมไปถึงการตัดสินขั้นเด็ดขาดกับชาร์อีกด้วย

 ตัว ละครหลัก

 ฝ่าย โลก

 ฝ่าย นีโอซีออน

 พลเรือน

  • แฮทธาเวย์ โนอา

 โม บิลสูทที่สำคัญในภาคนี้

โมบิลสูทประจำตัว ชาร์ อัสนาเบิ้ลในภาคนี้เป็นโมบิลสูทตัวแรกในจักรวาล UC ที่ติดตั้งระบบไซโคเฟรม ระบบที่ช่วยให้นิวไทป์ขับโมบิลสูทได้ดียิ่งขึ้น จึงทำให้ซาซาบีนั้นสามารถเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วกว่าหุ่นตัวอื่นในยุคเดียว กัน(และรักษาภาพลักษณ์ของชาร์ ที่มีฉายาว่า ดาวหางสีแดง) ทั้งยังสามารถใช้ฟันเนลได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
อาวุธของซาซาบี ประกอบไปด้วย ฟันเนล 3 คู่ , บีมชอร์ต-ไรเฟิล ปืนสองลำกล้องที่ยิงได้ทั้งแบบไรเฟิลปกติและแบบกระสุนปรายอย่างลูกซอง , ปืนใหญ่มหาอนุภาคที่ติดตั้งไว้บริเวณเอวซึ่งสามารถจัดการศัตรูได้เป็นจำนวน มากภายในการยิงหนึ่งครั้ง และ บีมโทมาฮอคซอร์ดทีใช้เป็นอาวุธระยะประชิดสองเล่ม
โมบิลสูทของอามุโร่ เรย์ ที่ปรากฏออกมาในช่วงกลางของเรื่อง มีลักษณะพิเศษเช่นเดียวกับซาซาบีคือติดตั้งระบบไซโคเฟรมไว้เช่นกัน (ซึ่งในช่วงท้ายสุด ระหว่างการประจันหน้าบนแอกซิสที่กำลังตกลงมา ชาร์จะสารภาพกับอามุโร่ว่าตนเป็นผู้แอบมอบไซโคเฟรมให้อามุโร่ เนื่องจากเขาไม่ต้องการให้คู่แข่งของเขาใช้หุ่นดั้งเดิมที่มีประสิทธิภาพ ต่างจากซาซาบีมากเกินไป) จึงทำให้เครื่องยนต์ของนิวกันดั้มมีความคล่องแคล่วสูสีกับซาซาบี
สำหรับอาวุธของนิวกันดั้มนั้นประกอบไปด้วยอุปกรณ์พื้นฐานอย่าง บีมไรเฟิล , บีมเซเบอร์ , บาซูก้า , โล่ซึงติดตั้งบีมแคนน่อนและมิซไซล์อีกสี่ลูก แต่จุดที่ทำให้นิวกันดั้มโดนเด่นกว่าหุ่นตัวอื่นๆนั่นก็คือ ฟิน ฟันเนล จำนวนหกชิ้นที่ติดตั้งไว้ที่หลัง ความแตกต่างของมันกับฟันเนลทั่วไปนั้นอยู่ตรงที่ ฟิน ฟันเนล จะมีเครื่องกำเนิดพลังงานภายในตัว จึงไม่จำเป็นต้องกลับไปชาร์จพลังงานจากหุ่นตัวแม่ที่ปล่อยมันออกมา รวมไปทั้งฟิน ฟันเนลแต่ละชิ้นสามารถทำความรุนแรงได้ใกล้เคียงกับปืนใหญ่ของยานแม่ นอกจากนี้ฟิน ฟันเนลยังสามารถสร้าง บีมบาเรีย ที่สามารถป้องกันการโจมตีหรือใช้กักขังศัตรูไว้ให้อยู่ในอาณาเขตของบาเรีย อีกด้วย

 

กันดั้ม 0080

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
 
โมบิลสูทกันดั้ม 0080
Gundam0080.jpg
ชื่อไทย โมบิลสูทกันดั้ม 0080
ชื่อญี่ปุ่น 機動戦士ガンダム0080
ポケットの中の戦争
ชื่ออังกฤษ Mobile Suit Gundam 0080
War in the Pocket
แนว ดราม่า, หุ่นยนต์
โอวีเอ
ผู้กำกับ ฟูมิฮิโกะ ทากายามะ
ผลิตโดย ซันไรส์
จำนวนตอน 6
จำหน่ายเมื่อ 25 มีนาคม - 25 สิงหาคม 1989
Wikikartoon.png ส่วนหนึ่งของสารานุกรมการ์ตูนญี่ปุ่น

โมบิลสูทกันดั้ม 0080 (ญี่ปุ่น: 機動戦士ガンダム 0080 ポケットの中の戦争 Kidō Senshi Gundamu 0080 (Gundam Double-O Eighty) Poketto no Naka no Sensō ?) เป็นการ์ตูนญี่ปุ่น 1 ในซีรี่ส์ กันดั้ม ออกแบบตัวละครโดย ฮารุฮิโกะ มิกิโมโตะ ออกแบบโมบิลสูทโดย คุนิโอะ โอคาวาระ และร่วมออกแบบโดย ยูทากะ อิซุบุจิ ผลงานเรื่องนี้มี ฟูมิฮิโกะ ทากายามะ เป็นผู้กำกับ นับเป็นผลงานเรื่องแรกในซีรี่ส์กันดั้มที่ โยชิยูกิ โทมิโนะ ไม่ได้เป็นผู้กำกับ และถูกสร้างออกมาในรูปแบบโอวีเอ ออกวางจำหน่ายในปี ค.ศ. 1989 มีความยาวทั้งสิ้น 6 ตอนจบ

ในประเทศไทย โมบิลสูทกันดั้ม 0080 ได้รับลิขสิทธิ์จัดทำเป็นวีซีดีและดีวีดีโดย DEX

เนื้อหา


 เนื้อ เรื่อง

ระวังเสียอรรถรส ข้อความด้านล่างนี้กล่าวถึงเนื้อเรื่องหรือฉากจบ

ในเดือนธันวาคม UC 0079 ช่วงปลายสงคราม 1 ปี สาธารณรัฐรีอา ของไซด์ 6 ที่ยังคงเป็นกลาง ได้เริ่มต้นการเจรจาสนธิสัญญาความปลอดภัยลับๆ กับฝ่ายพันธมิตร และยอมให้กองกำลังพันธมิตร ตั้งค่ายลับ อยู่บนโคโลนี่ ในระหว่างนั้น ที่ฐานลับของพันธมิตร บริเวณขั้วโลกเหนือ กำลังพัฒนาโมบิลสูทรุ่นใหม่ "กันดั้ม NT-1 อเล็กซ์" ที่ขั้วโลกเหนือ

หน่วยไซคลอปส์ กองกำลังพิเศษระดับสูงของซีออน ถูกส่งไปที่โลกเพื่อทำลายอาวุธลับที่พัฒนาอยู่ ณ ฐานทัพพันธมิตรบริเวณขั้วโลกเหนือ ร้อยเอกชไตเนอร์และลูกน้อง ได้เปิดฉากการโจมตีแบบสายฟ้าแลบทั้งทางบกและในน้ำ และยังทำลายระบบป้องกันภัยของฐานทั้งหมด แต่เป็นโชคดีของฝ่ายพันธมิตรที่สามารถส่ง กันดั้ม ขึ้นไปสู่ห้วงอวกาศได้ทันก่อนที่ะถูกหน่วยไซคลอปส์ทำลาย ภารกิจของชไตเนอร์ล้มเหลว และเขาสูญเสียเสียแอนดี้ 1 ในลูกน้องฝีมือดีไปขณะที่แอนดี้กำลังจะทำลายกระสวยที่บรรทุกกันดั้มนั้นเอง

ณ ไซด์ 6 โคโลนี่ลิโบ อัล หรือ อัลเฟรด อิซุรุฮะ หนุ่มน้อยวัย 11 ปี และเพื่อนของเขา ใช้เวลาว่างแทบทั้งหมดเพื่อที่จะเก็บสะสมทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับทางทหาร และโมบิลสูท

อัล พนันกับเพื่อนว่ามีโมบิลสูทของฝ่ายพันธมิตร อยู่บนโคโลนี่ และสัญญาว่าถ่ายถ่ายภาพมาให้ดู เนื่องจากพ่อของอัลทำงานอยู่ในบริษัทขนส่ง อัลจึงเข้าออก สถานีขนส่งของ ไซด์ 6 ได้อย่างง่ายดาย หลังจากกลับบ้าน อัลได้พบกับ คริส หรือ คริสติน่า แมคเคนซี่ นักบินทดสอบหญิงของฝ่ายพันธมิตร เพื่อนบ้านของอัลที่ไม่ได้เจอกันราว 3 ปี วันต่อมา เกิดการโจมตีที่ไซด์ 6 โดยฝ่ายซีออนได้เป็นผู้เปิดการโจมตี ระหว่างนั้น อัลได้พบกับ แซ็คเครื่องหนึ่งที่เสียหายและพยายามลงจอด เขาจึงวิ่งตามแซ็คเครื่องนั้นไป และพบกับ เบอร์นี่ หรือ เบอร์นาร์ด ไวส์แมน นักบินฝึกหัดของซีออน หลังจากที่อัลเห็นเครื่องหมายยศของเบอร์นี่ ด้วยความที่เขาเป็นเด็กที่ชื่นชอบทหารอยู่แล้ว เขาจึงขอแลกเครื่องหมายยศของเบอร์นี่กับ กล้องถ่ายวิดีโอของเขานั่นเอง

ที่ดวงจันทร์ หลังจากกองกำลังซีออนกลับมายังฐานกรานาด้า หน่วยไซคลอปส์ก็ได้ดูวิดีโอที่เบอร์นี่ได้มาจากอัล และพบว่าโมบิลสูทที่พวกเขาไล่ล่าที่ขั้วโลกเหนือนนั้น เป็นเครื่องเดียวกับที่ไซด์ 6

พันโทคิลลิ่ง จอมเจ้าเล่ห์ ได้ส่งหน่วยไซคลอปส์ไปยังไซด์ 6 เพื่อแทรกซึมและค้นหาโมบิลสูทเครื่องนั้น ซึ่งพวกเขาสงสัยว่าน่าจะเป็น กันดั้ม ที่ออกแบบมาให้นักบินนิวไทป์เป็นผู้ขับโดยเฉพาะ ชไตเนอร์ต้องการให้คิลลิ่งหานักบินฝีมือดีมาให้หน่วยไซคลอปส์ แทน แอนดี้ ที่ตายไปในภารกิจที่ขั้วโลกเหนือ แต่คิลลิ่งกลับบรรจุ เบอร์นี่ ซึ่งเป็นเพียงนักบินฝึกหัดให้แทน แต่ชไตเนอร์ก็อธิบายแผนการให้เบอร์นี่ฟัง พร้อมทั้งแนะนำให้เขารู้จักกับ มิฮาอิล คามินสกี้ หรือ มีชา และ กาเบรียล รามิเรซ การ์เซีย เพื่อนร่วมหน่วยของเขา

ขณะที่กองทัพซีออนกำลังโจมตีไซด์ 6 อยู่นั้น เบอร์นี่ได้นำยานขนส่งที่ซ่อนเคมป์เฟอร์ (Kaempfer) โมบิลสูท รุ่นใหม่ของซีออน ที่ยังไม่ได้ประกอบ เข้าเทียบท่าที่ท่าเทียบยานของไซด์ 6 ระหว่างที่หน่วยไซคลอปส์กำลังนำรถบรรทุกไปยังฐานลับของพวกเขา ระหว่างนั้นอัลเห็นเบอร์นี่ จึงแอบขึ้นรถบรรทุกของการ์เซีย แต่ก็พลาดตกลงมากลางทาง อัลจึงหันไปหาตำรวจ โดยโกหกว่าถูกรถชนแล้วหนี เพื่อให้ตำรวจตามหาที่อยู่ของพวกเบอร์นี่ให้ แต่เมื่อไปถึง อัลเห็นมีชาและการ์เซียกำลังทำท่าเหมือนจะลงมือสังหารตำรวจ อัลจึงแกล้งทำเป็นร้องไห้ และบอกกับตำรวจว่า ความจริงแล้วเขาเพียงแค่อยากจะมา เบอร์นี่ พี่ชายที่ไม่ได้พบหน้ากันมานานเท่านั้นเอง แต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เลยต้องโกหกตำรวจว่าโดนรถชน เพื่อที่ตำรวจจะได้พามา ซึ่งเบอร์นี่ก็ยอมเล่นละครไปกับอัลด้วย เพื่อตบตาตำรวจ

ช่วงกลางดึก หลังจากที่อัลกลับมาบ้าน คริสเห็นเบอร์นี่ซึ่งหน่วยไซคลอปส์ ส่งมาดูแลพฤติกรรมไม่ให้อัลปากโป้งไปบอกคนอื่นเกี่ยวกับแผนการของพวกเขา กำลังจะปีนเข้าบ้านอัล ทำให้คริสนึกว่าเป็นขโมย เลยเอาไม้เบสบอลตีหัวเบอร์นี่อย่างแรงจนสลบเหมือด แต่อัลก็อธิบายให้คริสฟังว่า เบอร์นี่เป็นพี่ชายต่างแม่ของเขา คริสรู้สึกผิดเลยชวนทั้งคู่ไปทานน้ำชาในบ้านกับครอบครัวของเธอ และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คริสและเบอร์นี่ได้รู้จักกัน

วันรุ่งขึ้น หน่วยไซคอลปส์ คิดจะกำจัดเบอร์นี่และอัล โดยส่งพวกเขาไปสืบเรื่องกันดั้มในที่ซ่อนของฝ่ายพันธมิตร ในขณะที่ ชไตเนอร์นั้น รับข่าวสารที่ให้เบอร์นี่ไปสืบ จากสายลับของซีออน แต่แล้ว ชไตเนอร์ก็ต้องแปลกใจที่ไม่ได้เป็นไปตามคาด เบอร์นี่กับอัลทำภารกิจสำเร็จ และยังนำรูปถ่ายของกันดั้มกลับมาให้เขาอีกด้วย หลังจากจบภารกิจ เบอร์นี่พาอัลไปส่งที่บ้านแล้วบังเอิญเจอคริส ก่อนที่เบอร์นี่จะกลับ ทั้งคู่จึงกล่าวราตรีสวัสดิ์ต่อกัน

วันดีเดย์ของภารกิจ หน่วยไซคอลปส์ เตรียมการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งๆ ที่ ชไตเนอร์ รู้ว่าคิลลิ่งเพียงแค่ส่งพวกเขาไปตายเพื่อให้ยืนยันการมีอยู่ของกันดั้มเท่า นั้น แต่ชไตเนอร์ก็ยังสานต่อภารกิจโดยไม่หยุด ขณะที่ มีชา ขับเคมป์เฟอร์ซึ่งประกอบเสร็จสิ้น ออกไปต่อสู้กับกองกำลังป้องกันโคโลนี่นั้น พวกชไตเนอร์ก็แทรกซึมเข้าไปในฐานของพันธมิตร อัลแอบตามพวกเขาเข้าไปในฐาน แต่สิ่งที่อัลได้เห็น กลับเป็นการต่อสู้ที่นองเลือด ชไตเนอร์ ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส การ์เซียจึงพลีชีพด้วยการระเบิดตัวเองเพื่อทำลายกันดั้ม แต่ก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ส่วนมีชาถูกสังหารโดยกันดั้มขณะที่เขากำลังต่อสู้อยู่ ภารกิจของหน่วยไซคลอปส์ ล้มเหลว และในที่สุด ชไตเนอร์ ก็เสียชีวิตในมือของเบอร์นี่

หลังจากที่หน่วยไซคลอปส์ ทำภารกิจล้มเหลว คิลลิ่งจึงตัดสินใจแก้ปัญหาโดยคิดที่จะใช้หัวรบนิวเคลียร์ทำ ลายกันดั้มไปพร้อมกับไซด์ 6 ซะ เมื่อเบอร์นี่รู้ว่าไซด์ 6 จะถูกทำลาย เขาเลยตัดสินใจที่จะทิ้งภารกิจและบอกอัลให้หนีไปซะ แต่อัลพยายามเตือนสติเบอร์นี่ และพยายามบอกตำรวจเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ตำรวจไม่เชื่อ แต่แล้ว เบอร์นี่ก็เปลี่ยนใจที่จะกลับไปทำลายกันดั้ม เพื่อปกป้องไซด์ 6 อัลและเบอร์นี่ช่วยกันซ่อมแซ็คของเขาจนเสร็จ และช่วยกันวางแผนการรบ

เย็นวันคริสมาสต์อีฟ เบอร์นี่ได้ให้เทปบันทึกม้วนหนึ่งแก่อัล และกล่าว Merry Christmas แก่อัล และยังฝากถึง คริสและครอบครัวของคริสด้วย หลังจากนั้นเบอร์นี่ก็ใช้เวลาเตรียมตัวสำหรับศึกวันพรุ่งนี้

ศึกตัดสินระหว่างกันดั้มและแซ็ค

วันคริสมาสต์ อัลและแม่ไปที่ท่าเทียบยาน เพื่อรอรับพ่อที่ได้เดินทางกลับมาบ้าน ระหว่างทาง อัลได้ยินจากพ่อว่า กองยานของซีออนที่บรรทุกหัวรบนิวเคลียร์มา ได้ถูกกองกำลังฝ่ายพันธมิตร โจมตีจนยอมจำนนแล้ว พออัลได้ยินดังนั้น ก็รีบวิ่งออกไปเพื่อบอกเบอร์นี่ว่าไม่มีความจำเป็นต้องสู้กับกันดั้มอีกแล้ว ขณะที่เบอร์นี่ได้ขึ้นไปบังคับแซ็คของเขา เพื่อที่จะล่อกันดั้มไปเขตป่านอกเมือง แต่ทว่า อัลก็มาช้าไป ทั้งกันดั้มและแซ็ค ต่างก็ทำลายซึ่งกันและกัน ภาพที่ปรากฏต่อหน้าอัลคือ กันดั้มที่ไร้หัว แทงบีมเซเบอร์เข้าไปในค็อกพิทของแซ็ค เบอร์นี่เสียชีวิตในหน้าที่ หน่วยแพทย์ของพันธมิตรพบว่าอัลกำลังช็อค จึงพาตัวอัลไปยังแคมป์พยาบาล แต่ในขณะที่ทีมแพทย์ได้นำตัวนักบินของกันดั้มที่บาดเจ็บจนหมดสติลงมา อัลก็ได้เห็นสิ่งที่แทบไม่อยากเชื่อสายตา เพราะนักบินคนนั้นคือ คริส นั่นเอง

2-3 สัปดาห์ต่อมา สงครามสิ้นสุดลงแล้ว อัลเปิดดูเทปที่เบอร์นี่ให้เขามา ในเทปนั้น เบอร์นี่กล่าวไว้ว่า ถ้าหากอัลได้ดูเทปม้วนนี้ เขาอาจจะตายไปแล้ว แต่เขาไม่อยากให้อัลโทษนักบินของกันดั้ม หรือฝ่ายพันธมิตร เพราะพวกเขาล้วนแต่ทำสิ่งที่คิดว่าถูกต้องที่สุด และถ้าสงครามสิ้นสุดแล้วเขารอดตาย เขาสัญญาว่าจะกลับมาเยี่ยมอัลที่ไซด์ 6 แน่นอน

ในระหว่างที่อัลไปโรงเรียน อัลเจอกับคริสในสภาพใส่เฝือกที่แขนอยู่ เธอบอกอัลว่า เธอต้องกลับไปที่โลกแล้ว และฝากลาเบอร์นี่ด้วย พออัลถึงโรงเรียนของเขาที่เสียหายจากการต่อสู้ระหว่างกันดั้มและเคมป์เฟอร์ ครูใหญ่กล่าวถึงผู้ที่สูญเสียในสงครามว่า พวกเขาทุกคนเป็นผู้ที่ต่อสู้เพื่อเสรีภาพ น้ำตาของอัลเริ่มร่วงโรย เพราะว่าเขาเป็นผู้ที่รู้ซึ้งถึงความโหดร้ายของสงครามโดยแท้จริง

 ตัว ละคร

 ฝ่าย พันธมิตร

 ฝ่าย ซีออน

  • เบอร์นาร์ด ไวส์แมน (เบอร์นี่) (พากย์เสียงโดย โคจิ สึจิทานิ)
  • ชไตเนอร์ ฮาร์ดี้ (พากย์เสียงโดย โยสุเกะ อากิโมโตะ)
  • กาเบรียล รามิเรซ การ์เซีย (พากย์เสียงโดย บิน ชิมาดะ)
  • มิฮาอิล คามินสกี้ (มีชา) (พากย์เสียงโดย ยูทากะ ชิมากะ)
  • แอนดี้ สตรอส (พากย์เสียงโดย มิตสึอากิ โฮชิโนะ)
  • คิลลิ่ง (พากย์เสียงโดย โคจิ โททานิ)
  • ฟอน เฮลซิ่ง (พากย์เสียงโดย มาซาโตะ ฮิราโนะ)
  • ลูเกนธ์ (พากย์เสียงโดย โนบุยูกิ ฟุรุตะ)

 พลเรือน

 ราย ชื่อตอน

  1. อีกกี่ไมล์นะ กว่าจะถึงสนามรบ? / อีกกี่ไมล์นะ กว่าจะถึงสนามรบ?
  2. ภาพสะท้อนในดวงตาสีน้ำตาล / Reflections in a Brown Eye
  3. ที่สุดปลายสายรุ้งนั้นมี...? / And at the End of the Rainbow?
  4. ข้ามแม่น้ำและผ่านป่า / Over the River and Through the Woods
  5. พูดสิว่าโกหก เบอร์นี่ / Say it Ain't So, Bernie!
  6. วอร์ อิน เดอะ พ็อกเก็ต / War in the Pocket

 เพลง ประกอบ

  • เพลง Opening "Itsuka Sora ni Todoite" (いつか空に届いて)
เนื้อร้อง, ทำนอง: เมงุมิ ชิอินะ / เรียบเรียง: โอซามุ โทซึกะ / ขับร้อง: เมงุมิ ชิอินะ
  • เพลง Ending "Tooi no Kioku" (遠い記憶)
เนื้อร้อง, ทำนอง: เมงุมิ ชิอินะ / เรียบเรียง: โอซามุ โทซึกะ / ขับร้อง: เมงุมิ ชิอินะ

โมบิลสูทกันดั้ม F91

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

โมบิลสูทกันดั้ม F - 91 เป็นการเล่าเรื่องราวถึง กลุ่ม ครอสโบน แวนการ์ด ที่นำกำลังทหารเข้ารุกรานโคโลนี ฟรอนเทียร์ โคโลนีอันอยู่ใต้การปกครองของสหพันธ์โลก ซีบุค อาโน ผู้อาศัยอยู่ใน โคโลนี ฟรอนเทียร์ หมายเลข4 และเพื่อน ขณะที่กำลังหลบหนีจากการโจมตี กลุ่ม ครอสโบน แวนการ์ด ได้เข้ามาลักพาตัวเพื่อนของ ซีบุค อาโน ที่ชื่อ เซซิลี แฟร์ชาย ซึ่งเป็น ลูกสาวของหัวหน้ากลุ่ม ครอสโบน แวนการ์ด อาโน และเพื่อนที่เหลือจึงหนีไป ด้วยยานกู้ภัยและ ถูกคนของทางกองทัพสหพันธโลกยื้อตัวเข้าไปช่วยในสงครามเพื่อแย่งชิง ฟรอนเทียร์ คืนภายหลังเมื่อกองทัพโลกรู้ว่า อาโนนั้นคือนิวไทบ์ที่หายากยิ่งแล้ว จึงใช้เพื่อนและน้องสาวของอาโนบังคับให้อาโนออกสู้ ด้วยโมบิลสูทรุ่น ทดลองที่ชื่อF-91 หลังจากที่อาโน พบขึ้นขับF-91ในสนามรบก็พบกับ เซซิลี แฟร์ชาย อีกครั้งในครั้งนี้เธอเป็นนักบินของกลุ่มครอสโบน เมื่อทั้งคู่รู้ตัวว่ากำลังสู้กับใคร ทั้งคู่จึง ร่วมมือกันทำลายแผนของกลุ่มครอสโบน ที่จะใช้ บัคและโมบิลอาเมอ ราเฟิลเซีย ทำลายล้างระบบของสหพันธ์ที่กำลังปกครอง โคโลนีอยู่

Anime stub.svg  

กันดั้ม 0083

กันดั้ม 0083 : ความทรงจำแห่งละอองดาว (ชื่ออังกฤษ: Gundam 0083: Stardust Memory) เป็นเรื่องราวการต่อสู้หลังจากที่ซีออนได้พ่ายแพ้ในศึกสงคราม ที่อาบาวคู และมีซีออนกลุ่มหนึ่งหนีออกจาก อาบาวคู ไปซ่อนตัวเพื่อรอเวลาแห่งการแก้แค้น และ เพื่อความหวังที่จะจุดประกายความหวังให้กับเหล่าทหารซีออนนั้นคือแผนการขโมยโม บิลสูทรุ่นใหม่ของพันธมิตรกันดั้มที่กำลังพัฒนาขึ้นโดยใช้คอนเซปต์ทางอาวุธของโมบิลอาร์เมอร์ใน การสร้างโดยใช้ชื่อว่า จีพี (GP - Gundam development Project) โดยมี อนาเวล กาโต้ ฉายา "ฝันร้ายแห่งโซโลม่อน" เป็นหัวหอกให้แผนปฏิบัติการนี้เป้าหมายคือการขโมยกันดั้มเครื่องทดสอบ เครื่องที่2 GP-02 ซึ่งมีการติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์นับเป็นการละเมิด สนธิสัญญาแอนตา ร์คติก หากเขานำมันไปเปิดเผยแก่สายตาชาวโลกจะมีผลทางการเมืองที่จะเป็นประโยชณ์แก่ ซีออน แต่โค อุรากิ นักบินทดสอบได้เผชิญหน้ากับเขาระหว่างการขโมยกันดั้ม GP-02 และเข้าขัดขวางโดย โค อุรากิ นั้นขับโมบิลสูทกันดั้ม GP-01 (ซึ่งภายหลังได้อัพเกรดเป็น GP-01Fb (Full burner)) ในการเข้าต่อกรเพื่อการชิงกันดั้มกลับคืนมา หลังจากที่กันดั้มถูกขโมยไปได้นั้น โค อูรากิ ได้รู้ถึงความน่ากลัวของสงคราม และตัดสินใจเลือกที่จะเผชิญหน้าแทนการหนีจากความจริง ปัจุบัน บริษัท dream Express จำกัด ของประเทศได้ลิขสิทธ์ในการจัดทำเป็น Vcd และ dvd แล้วโดยออกวางจำหน่ายในวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2551

 

 

 

จีกันดั้ม

โมบิลไฟเตอร์จีกันดั้ม (ญี่ปุ่น: 機動武闘伝Gガン ダム Kidō Butōden Jī Gandamu - ชื่อภาษาอังกฤษคือ Mobile Fighter G Gundam ?) เป็นภาพนตร์อะนิเมะซีรีส์กันดั้มโดยเนื้อหามักจะเป็นการต่อสู้เป็นหลักออกอากาศ เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2537 ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2538 ออกอากาศทั้งหมด 49 ตอน

ในประเทศไทยลิขสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายรูปแบบวีซีดีและดีวีดีเป็นของบริษัท ดรีมเอกซ์เพลส (เดกซ์) จำกัด ในชื่อ หุ่นนักสู้สะท้านปฐพี จี กันดั้ม และได้ออกอากาศทาง สถานีโทรทัศน์ไอทีวี เมื่อปี พ.ศ. 2545 โดยออกอากาศทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์เวลา 8.30-9.00 น.และได้ออกอากาศอีกครั้งทางช่องทรูสปาร์ค

เนื้อหา


 เนื้อ เรื่อง

ในศักราชใหม่ Future Colony มนุษย์ส่วนหนึ่งได้อพยพจากโลกไปอยู่ในโคโลนี่บนอวกาศเพราะสภาพความเสื่อม โทรมของโลก และเพื่อหลีกเลี่ยงสงครามระหว่างกัน ทำให้ทุกประเทศร่วมกันตั้ง "กันดั้มไฟท์" การแข่งขันซึ่งตัวแทนของแต่ละประเทศจะต้องส่งหุ่นนาม "กันดั้ม" ซึ่งควบคุมโดยนักสู้ที่เรียกกันว่า "กันดั้มไฟเตอร์" ออกมาต่อสู้ จนเหลือผู้ชนะเพียงหนึ่ง ประเทศของผู้ชนะจะได้รับสิทธิ์ในการปกครองสหพันธ์โคโลนี่ไปจนกว่าจะถึงการ แข่งขันครั้งต่อไป โดยมีสังเวียนคือโลก

ในกันดั้มไฟท์ครั้งที่ 13 โดม่อน คัซ ตัวเอกของเรื่องซึ่งต้องมาเป็นกันดั้มไฟท์ของนีโอเจแปน ต้องตามหาพี่ชายของตนเองที่นำเอา "เดวิลกันดั้ม" หนีมายังโลกก่อนจะเกิดหายนะพร้อมทั้งเพื่อช่วยพ่อของตนที่ถูกลงโทษแช่แข็งจำ ศีล จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ครั้งนี้

 ตัว ละคร

 ตัว ละครหลัก

  • โดมอน คัซ (ドモン・カッシュ)
โมบิลไฟเตอร์จากนีโอเจแปนมีเป้าหมายเพื่อปกป้องโลกและตามหาพี่ชาย (เคียวจิ) โดม่อนมีพ่อแม่อยู่ 2 คนแต่แม่เสียชีวิตจากการโจมตีของทหารของอุลเบส่วนพ่อถูกแช่แข็ง เป็นผู้สืบทอดสัญลักษณ์สหพันธ์แซฟเฟิล คิง ออฟ ฮาร์ต
  • ทีโบดี้ ดล็อกเก็ต (チボデー・クロケット)
โมบิลไฟเตอร์แห่งนีโออเมริกาเป็นคนใจร้อนและเป็นนักมวยขวัญใจในประเทศใน อดีตเคยเป็นคนจนตั้งแต่เด็กมาก่อน เป็นผู้สืบทอดสัญลักษณ์สหพันธ์แซฟเฟิล ควีน ออฟ สเปด
  • ไซ ไซฉี (サイ・サイシー)
โมบิลไฟเตอร์แห่งนีโอไชน่าเป็นโมบิลไฟเตอร์ที่อายุน้อยที่สุดชอบทำอาหาร เป็นอย่างมากและเรียกโดมอนว่าลูกพี่เพราะความยกย่องในการต่อสู้ครั้งแรกมี เป้าหมายฟื้นฟูวัดเส้าหลิน เป็นผู้สืบทอดสัญลักษณ์สหพันธ์แซฟเฟิล คลับ เอซ
  • จอร์ช เดอ แซนด์ (ジョルジュ・ド・サンド)
ราชวงค์แห่งนีโอฟรานซ์เป็นคนสุขุมและเป็นนักสู้ที่มีความถูกต้องมีเป้า หมายเพื่อเกียรติยศของประเทศของตัวเอง เป็นผู้สืบทอดสัญลักษณ์สหพันธ์แซฟเฟิล แจ็ค ออฟ ไดมอนค์
  • อัลโก คาสกี้ (アルゴ・ガルスキー)
โมบิลไฟเตอร์แห่งนีโอรัสเซียเป็นนักโทษในเรื่องจำในอดีตเป็นสลัดอวกาศมา ก่อนแต่เป็นโมบิลไฟเตอร์เนื่องจากต้องการจะช่วยพวกเพื่อนและลูกน้องของอัลโก ที่ถูกจับ เป็นผู้สืบทอดสัญลักษณ์สหพันธ์แซฟเฟิล แบล็ค โจ๊กเกอร์

 ฝ่าย สนับสนุน

  • เรน มิคามุระ (レイン・ミカムラ)
เพื่อนสนิทของโดมอนตั้งแต่เด็กคอยช่วยเหลือและห่วงไยต่อโดมอน
  • ทีโบดี้เกิลส์
กลุ่มสนับสนุนของทีโบดี้โดยเดิมที่เป็นพวกอันตพาลมาก่อนแต่ว่าทีโบดี้พบ พวกตนจึงทำให้เป็นคนที่ช่วยเหลือต่อทีโบดี้
  • บานี่ ฮึกินส์
  • เชอร์รี่ เรน
  • แคล โคริน่า
  • เจเน็ต สมิทธ์
  • เคอุน กับ ซุยเซน
สองนักบวชแห่งวัดเส้าหลินคอยช่วยเหลือและดูแลไซ ไซฉีตั้งแต่เด็ก
  • เจ้าหญิง มาเรีย หลุยส์
เจ้าหญิงแห่งนีโอฟรานซ์คอยช่วยเหลือต่อโจ ชูว และชอบสร้างความสนใจเพื่อให้โจ ชูวพอใจ
  • เรมอน บีซ็อป
คนรับใช้แห่งตระกูลแซนเดอร์คอยสนับสนุนต่อโจ ชูวตลอด
  • นาตาชา ซาบีโก
ทหารหญิงแห่งนีโอรัสเชียเป็นคนที่ให้อัลโกมาสู้ในกันดั้มไฟท์ครั้งที่ 13

 ตัว ละครอื่นๆ

  • เคียวจิ กัช (キョウジ・カッシュ)
พี่ชายของโดมอนเป็นผู้ที่นำเดวิลกันดั้ม (อัลติเมทกันดั้ม) มาในโลก
  • ดร.กัช
พ่อของเคียวจิและโดมอนเป็นคนที่สร้างอัลติเมทกันดั้ม
  • ดร.มิคามุระ
เพื่อนสนิทของดร.กัซมีความแค้นต่อดร.กัซและดิดจะชิงอัลติเมทกันดั้ม
  • อุรุเบ (อุลเบ) อิชิคาวะ (ウルベ・イシカワ)
ผู้นำกองทัพของนีโอแจแปนมีเป้าหมายนำเดวิลกันดั้มทำสงครามโดยในอดีตเคย เป็นโมบิลไฟเตอร์มาก่อนแต่แพ้กับบูรพาไร้พ่ายมาก่อนจึงมีเป้าหมายปกครองโคโล นี่และโลก
  • หว่อง หยุนฟะ (ウォン・ユンファ)
นายกเทศมนตรีของนีโอฮ่องกงมีเป้าหมายในการคืนชีพของเดวิลกันดั้ม

จตุร เทพ เดวิลกันดั้ม

  • บูรพาไร้พ่าย มาสเตอร์เอเซีย (東方不敗マスター・アジア)
นักสู้ของนีโอฮ่องกงและเป็นผู้ชนะกันดั้มไฟท์ครั้งที่6เป็นอาจารย์ของโด ม่อนและเป็นอดีตเจ้าของสัญลักษณ์คิง ออฟ ฮาร์ตแต่กลับรับใช้เดวิลกันดั้มเพราะผิดหวังการเป็นสหพันธ์แซฟเฟิลและยังไม่ เข้าใจกับความสงบของโลกแต่ก็ยังสู้และคอยสั่งสอนโดม่อนตลอด
  • เจนเทิล แชปแมน (ジェントル・チャップマン)
นักสู้แห่งนีโออิงแลนค์ชอบสู้กลโกงเคยแพ้กับโจชูวและโดม่อนไปครั้งหนึ่ง และได้กลับมาอีกครั้งในฐานะจตุรเทพเดวิลกันดั้มบวกกับพลังรับเซลDGไปและแก้ แค้นในกันดั้มไฟท์ครั้งที่ 13
  • มิเซลโร ซารอด
นักสู้แห่งนีโออิตาลี่เคยเป็นนักเลงอันตพาลและขโมยโมบิลไฟเตอร์ของ ประเทศตนเพื่อที่จะทำลายเมืองและเป็นคู่ต่อสู้คนแรกของโดม่อนแต่ก็แพ้ไปใน ที่สุดแต่ก็ได้กลับมาอีกครั้งในฐานะจตุรเทพเดวิลกันดั้มบวกกับพลังรับเซล DGไปและแก้แค้นในกันดั้มไฟท์ครั้งที่ 13

 โม บิลไฟเตอร์คนอื่นๆ

  • สวาสตซ์ บรูเดอร์ (シュバルツ・ブルーダー)
โมบิลไฟเตอร์จากนีโอเยอรมันเป็นนักสู้สวมหน้ากากและเป็นอาจารย์คนที่ 2 ของโดมอนแต่ก็ไม่เผยโฉมหน้าจริงๆแต่หลังจากต่อสู้กันดั้มไฟท์ทำให้เผยโฉม หน้าแต่เป็นเคียวจิพี่ชายของโดมอนเพราะความจริงแล้วสวาสตซ์ตัวจริงเสียชีวิต จากการโจมตีของมาสเตอร์กันดั้มแต่ด้วยเซล DG ฝังตัวสวาสตซ์ทำให้ร่างเงาของเคียวจิได้ไปสู้ร่างสวาสตซ์แทนแต่ความสามารถ ต่อสู้และความสามารถของสวาสตซ์ยังคงอยู่เหมือนเดิม
  • อเลนวี เบรสลี่ (アレンビー・ビアズリー)
โมบิลไฟเตอร์จากนีโอสวีเดนเป็นเพื่อนสนิทของโดมอนและเป็นผู้ช่วยในการ ต่อสู้กันดั้มไฟท์แต่เคยเกือบถูกเซล DG ครอบงำ
  • แอนดริว เกรแฮม (アンドリュー・グラハム)
โมบิลไฟเตอร์จากนีโอแคนนาดามีความแค้นต่ออัลโกโดยคิดว่าอัลโกเป็นคนฆ่า ภรรยาของตนแต่ในที่สุดก็รู้ความจริงทำให้แอนคริวบาดเจ็บในการโจมตีของโนบิล กันดั้มและกลับไปรักษาตัวที่นีโอแคนนาดา
เอลิค เดอะ ไวกิ้ง (エリック・ザ・バイキング)

 กัน ดั้มไฟเตอร์ที่ปรากฏในเรื่อง

 กัน ดั้มไฟเตอร์ตัวหลัก

  • GF13-017NJ ไชน์นิ่งกันดั้ม (シャイニングガンダム)
  • GF13-017NJII ก็อดกันดั้ม (ゴッドガンダム)
  • GF13-006NA กันดั้มแม็กซ์เตอร์ (ガンダムマックスター)
  • GF13-009NF กันดั้มโรส (ガンダムローズ)
  • GF13-011NC ดราก้อนกันดั้ม (ドラゴンガンダム)
  • GF13-013NR โบลต์กันดั้ม (ボルトガンダム)

 กัน ดั้มไฟเตอร์ตัวอื่นๆ

  • GF13-050NSW โนเบลกันดั้ม (ノーベルガンダム)
  • GF13-021NG กันดั้มสปีเกล (ガンダムシュピーゲル)
  • GF13-026ND เมอร์เมดกันดั้ม (マーメイドガンダム)
  • GF13-030NIN คอบร้ากันดั้ม (コブラガンダム)
  • GF13-066NO เนเธอร์กันดั้ม (ネーデルガンダム)
  • GF13-041NSI อาชูร่ากันดั้ม (アシュラガンダム)
  • GF13-044NNP มันดารากันดั้ม (マンダラガンダム)
  • GF13-055NI นีรอสกันดั้ม (ネロスガンダム)
  • GF12-035NH (→GF13-001NH) เกาลูนกันดั้ม (クーロンガンダム)

 เด วิลกันดั้ม

  • JDG-009X เดวิลกันดั้ม (デビルガンダム) / อัลติเมทกันดั้ม (アルティメットガンダム)
กันดั้มของดร.กัซถูกสร้างขึ้นเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติโดยในอดีตมีชื่อว่าอัล ติเมทกันดั้มแต่สาเหตุที่ชื่อเดวิลกันดั้มเนื่องจากระบบรวนหลังจากถูกกระแทก ในโลกทำให้กลายเป็นกันดั้มที่ชั่วร้ายและพัฒนากลายเป็นสุดยอดกันดั้ม
  • GF13-001NHII มาสเตอร์กันดั้ม (マスターガンダム)
  • แกรนด์กันดั้ม (グランドガンダム)
  • วอลเทอร์กันดั้ม (ウォルターガンダム)
  • กันดั้มเฮฟเวนซอร์ด (ガンダムヘブンズソード)
  • แกรนด์มาสเตอร์กันดั้ม (グランドマスターガンダム)
  • กันดั้มเฮด (ガンダムヘッド)
  • เดธอาร์มี (デスアーミー)
    • เดธดราก้อน (デスドラゴン)
    • เดธบีสต์ (デスビースト)
    • เดธเบิร์ดดี้ (デスバーディ)
    • เดธแบท (デスバット)
    • เดธนาวี (デスネイビー)
    • เดธมาสเตอร์ (デスマスター)
  • ฟุอุนไซกิ (風雲再起)

 

 

กันดั้มวิง

โมบิลสูทกันดั้มวิง (อังกฤษ: Mobile Suit Gundam Wing (ญี่ปุ่น: 新機動戦記ガンダ ムW ชิน คิโด เซงคิ กันดะมุ วิงงุ ?) เป็นแอนิเมชันทางโทรทัศน์ความยาว 49 ตอน ออกอากาศ พ.ศ. 2538 ในประเทศไทยเคยแพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 อ.ส.ม.ท. และ ยูบีซีคิดส์ ช่อง 26 (ปัจจุบันคือ ยูบีซีสปาร์ค ช่อง 28) ของสถานีเคเบิลโทรทัศน์ ยูบีซี ปัจจุบันกำลังจะถูกจัดทำใหม่ในรูปแบบดีวีดี ซึ่งจะออกวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป[1]

เนื้อหา


 พล็อต เรื่อง

Wiki letter w.svg ส่วนนี้รอเพิ่มเติม ข้อมูล คุณสามารถช่วยวิกิพีเดียไทยได้โดยการเพิ่มเติมข้อมูลในส่วนนี้

เนื้อเรื่องกล่าวถึงเหตุการณ์ในปี AC-195 (ปี After Colony ที่ 195) เด็กหนุ่ม 5 คน ที่ถูกส่งจากโคโลนี่ต่างๆ พร้อมด้วยหุ่นยนต์รบที่ทรงประสิทธิภาพคือ วิงกันดั้ม กันดั้มเดธไซธ์ กันดั้มเฮฟวี่อาร์ม กันดั้มแซนด์ร็อก เฉียนหลงกันดั้ม มายังโลกเพื่อปฏิบัติภารกิจ โดยที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน นักรบทั้ง5คนถูกส่งมาจากโคโลนี้เพื่อมากำจัด OZ ซึ่งเป็นองค์กรทหารที่เข้มแข็งที่สุด ถูกส่งมาภายใต้รูปลักษณ์ ของดาวตกโดยใช้ชื่อแผนปฏิบัติการว่า Operation Meteor โดยสร้างจากนักวิทยาศาสตร์ทั้ง 5 โดยส่งมาจากโคโลนี้ต่างๆ เป็นเหตุที่ไม่คาดฝันเพราะ กันดั้มทั้ง 5 ถูกส่งมาพร้อมกันบังเอิญเป็นเหตุที่ต้องทำงานรวมกัน แต่ไม่ว่ายังไงทั่ง 5 คน จะต้องกำจัด OZ ให้ได้เพื่อนำสันติภาพมาสู้ชาวโคโลนี่ หลังจากกันดั๊มทั้ง 5เครื่องถูกส่งมา

OZได้เริ่มปฏิวัตโดยการให้คนของ SMS(OZ) แทรกฃึมเข้าไปในสหัพันธ์โลกและกระจายข่าวลวงเพื่อหลอกใช้นักบินกันดั๊มว่า ผู้นำระดับสูงของOZจะมาประชุมที่ฐานทัพนิวเอดเวิร์ดฮีโร่ได้สังหารผู้นำสูง สุดของสหัพันธ์โลกจอมพลโนเวนต้าลงเพราะเข้าใจผิดว่าชัตเทอร์ที่โนเวนต้านั่ง เป็นของOZ ทำให้สงคราม ครั้งใหญ่เกิดขึ้น

 ตัว ละครหลัก

ฮีโร่ ยุย
ฮีโร่ ยุย (ヒイロ・ユイ, Heero Yuy)
เป็นคนเคร่งขรึมและดูซีเรียสที่สุดในกลุ่ม ชื่อจริงไม่ปรากฏ ฮีโร่ ยุย เป็นชื่อของผู้นำโคโลนี่ที่เสียชีวิตไปแล้ว ฮีโร่เริ่มฝึกการฆ่า การขับโมบิลสูท การรบ ระเบิด เครื่องกลต่างๆตั้งแต่เด็ก เขาถูกเลี้ยงดูค่อนข้างกดดัน ไม่ได้รับความเห็นใจจากคนภายนอก เขาแข็งข้อต่อสหพันธ์ กับศัตรูแล้วเขาเป็นคนเลือดเย็นมากทำอะไรไม่คำนึงถึงชีวิตของตนเอง ใช้ชีวิตเป็นเดิมพันกับภารกิจ แต่ภายใต้ใบหน้าอันเย็นชา ย่อมแฝงด้วยจิตใจอันอบอุ่นเสมอ จนเมื่อเขาได้พบรีลีน่า เขาก็ได้ค้นพบตัวเอง นี่คือก้าวแรกที่กำลังจะเกิดขึ้นในความเป็นมนุษย์ของเขา ซึ่งในส่วนของ OVA กันดั้มวิง Endless waltz นั้นเผยให้เห็นถึงอดีตของ ฮีโร่ ยุย ว่าเป็นคนอ่อนโยนในอดีต แต่ถูกปลูกฝังให้กลายเป็นคนเย็นชาในที่สุด ดังที่ ด็อกเตอร์ J กล่าวเอาไว้ ในช่วงต้นเรื่อง
ข้อมูลตัวละคร

 

ดูโอ แมกซ์เวลล์
ดูโอ แมกซ์เวลล์ (デュオ・マックスウェル, Duo Maxwell)
เขาเป็นหนึ่งในห้านักบินกันดั้ม เป็นคนร่าเริงที่สุดในกลุ่ม เป็นคนสนุกสนาน ยึดมั่นในมิตรภาพ ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบฮีโร่ ฉายาของเขาคือ Shinigami หรือ God of Death (ยมทูต) ชีวิตวัยเด็ก เขาเป็นเด็กกำพร้า เนื่องจากสงคราม โบสถ์แมกซ์เวลล์คือสถานที่ที่เลี้ยงดูเขา เขาไม่เชื่อในพระเจ้า แต่กลับเชื่อในเทพแห่งความตาย และแล้วสงครามก็ทำให้ผู้ที่ใกล้ชิดเขาต่างล้มตาย เขาจึงขับโมบิลสูทออกต่อสู้ตั้งแต่ครั้งนั้น เขาเชื่อมั่นในพวกพ้องของเขา เข้ากับทุกคนได้ดี และมีความพยายามสูง เพื่อไปให้ถึงความฝันและอนาคตที่ตั้งไว้
ข้อมูลตัวละคร
  • ตำแหน่ง : นักบินประจำหุ่นรบกันดั้มเดธไซธ์ กันดั้มเดธไซธ์เฮล กันดั้มเดธไซธ์เฮล คัสตอม
  • อายุ : 15 ปี
  • เพศ/เชื่อชาติ : ชาย/อเมริกัน
  • เกิดที่ : กลุ่มยานอาณานิคมแอล 2 ในยานพเนจร ' สวีปเปอร์กรุ๊ป '
  • ส่วนสูง/น้ำหนัก : 156 ซม./ 43 กก.

 

โทรวา บาร์ตัน
โทรวา บาร์ตัน (トロワ・バートン, Trowa Barton) 
โทรวา บาร์ตัน เป็นชื่อปลอมที่เอามาจากผู้ตายซึ่งเป็นน้องชายของภรรยาของเทรซ คุชรีนาด้าในช่วงก่อน operation meteor ส่วนชื่อจริงๆนั้น ไม่ปรากฏ มีนิสัยเป็นคนเงียบๆเฉยชา แต่รักเพื่อน เป็นคนลึกลับที่สุดในกลุ่ม เขาพรัดพรากจากครอบครัวตั้งแต่เด็กๆ เขาถูกฝึกให้เป็นทหาร เขาต้องพบเจอเรื่องราวร้ายๆมากมาย ภายในใจเขาเป็นคนอ่อนโยน ใจดีต่อผู้อื่นเสมอ เป็นคนใจอ่อน แววตาเขาดูเศร้า ราวกับจะสะท้อนให้เห็นความว่างเปล่าในจิตใจ เขาไม่มีที่ๆจะไป จนถึงวันที่เขาได้ใช้ชื่อ โทรวา บาร์ตัน เขาจึงเริ่มกำหนดชีวิตของตนเอง เขาได้พบกับเพื่อนๆทำให้เขาสดใสขึ้นมาก เขาอาศัยอยู่กับคณะละครสัตว์ เสมือนเขาได้ครอบครัวที่อบอุ่นกลับคืนมา แต่จะมีใครรู้บ้างว่า ภายใต้รอยยิ้มที่เขาจงใจให้เห็น จะแฝงไปด้วยความเศร้ามากมายเพียงใด
ข้อมูลตัวละคร
  • ตำแหน่ง : นักบินประจำหุ่นรบกันดั้มเฮฟวี่อาร์ม, กันดั้มเฮฟวี่อาร์ม คัสตอม
  • อายุ : 15 ปี
  • เพศ/เชื่อชาติ : ชาย/ไม่ปรากฏ
  • เกิดที่ : กลุ่มยานอาณานิคมแอล 3
  • ส่วนสูง/น้ำหนัก : 160 ซม./ 44 กก.

 

ควอเตอร์ ราบาร์บา วินเนอร์
ควอเตอร์ ราบาร์บา วินเนอร์ (カトル・ラバーバ・ウィナー, Quatre Raberba Winner)
เป็นคนใจดี มีจิตใจอ่อนโยนมาก รับรู้จิตใจของผู้อื่นได้ เขาเป็นทายาทตระกูลวินเนอร์ มีพี่สาว 29 คน ส่วนแม่เสียชีวิตหลังจากคลอดเขา เขาเลือกทางชีวิตของเขาเอง แม้ว่าพ่อจะคัดค้านเขาก็ไม่ฟัง เขาเป็นคนรอบคอบ มีความเป็นผู้นำที่ดี เพราะได้รับความไว้วางใจจากฮีโร่
ข้อมูลตัวละคร
  • ตำแหน่ง : นักบินประจำหุ่นรบ กันดั้มแซนด์ร็อก, กันดั้มแซนด์ร็อก คัสตอม
  • อายุ : 15 ปี
  • เพศ/เชื่อชาติ : ชาย/อาหรับ
  • เกิดที่ : กลุ่มยานอาณานิคมแอล 4
  • ส่วนสูง/น้ำหนัก : 156 ซม./ 41 กก.

 

จางอู่เฟย
จางอู่เฟย (張五飛, Zhang Wufei) 
มีลักษณะเป็นคนเงียบ ไม่ค่อยเป็นมิตรกับใคร เมื่ออายุ 14 ปี เขาได้แต่งงานกับหญิงชาวจีน ชื่อ นาทาคุ (ในภาษาจีนคือ เทพนาจา) หรือเหมยหลัน แต่เขาก็ไม่เคยสนใจเธอ จนวันหนึ่งเขาได้ออกไปต่อสู้ นาทาคุช่วยชีวิตเขาไว้จนตัวเองต้องตาย เขาจึงปฏิญาณว่าจะแข็งแกร่ง ต่อสู้เพื่อความยุติธรรม แต่ก็มีบางครั้งที่เขาท้อถอย แต่เขาก็สามารถหยัดยืนขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งได้อีก เพราะผู้คนรอบข้าง ต่างก็เชื่อใจในตัวเขา รวมทั้งชาวโคโลนี่ของเขาด้วย เขาเป็นคนที่คำนึงถึงจิตใจผู้อื่นพอสมควร สู้กับคนที่ต้องการสู้ ไม่ทำร้ายคนอ่อนแอ นี่คือภาพสะท้อนจากความยุติธรรมของเขา เขาเรียกกันดั้มของตนเองว่า นาทาคุ นั่นก็หมายถึงเขาระลึกถึง นาทาคุ ตลอดเวลา
ข้อมูลตัวละคร
  • ตำแหน่ง : นักบินประจำหุ่นรบ อัลตรอนกันดั้ม, กันดั้มนาทาคุ , กันดั้มเฉินหลง
  • อายุ : 15 ปี
  • เพศ/เชื่อชาติ : ชาย/จีน
  • เกิดที่ : กลุ่มยานอาณานิคมแอล 5
  • ส่วนสูง/น้ำหนัก : 156 ซม./ 46 กก.

 

เทรซ คุชรีนาด้า
เทรซ คุชรีนาด้า (トレーズ・クシュリナーダ, Treize Khushrenada)
เป็นทหารคนหนึ่งของ OZ มีทหารคู่ใจ คือ เลดี้ อัน เป็นคนที่มองว่า สงครามเป็นสิ่งสวยงาม แต่ภายหลังจากมี โมบิลดอล เขาก็คิดว่า การทำสงครามเป็นการสนองความสนุกของกลุ่มคนที่มีอำนาจเท่านั้น เทรซ นิยมชมชอบทหารที่มีความสามารถ มีเพื่อนสนิท คือ เซคส์ เมอร์คิส ต่อมา เซคส์ เมอร์คิส ประกาศว่า เขาคือ มิเลียร์โด พีซคราฟต์ และตั้งตนเป็นผู้นำของชาวโคโลนี่ เทรซก็ตั้งต้นเป็นผู้นำโลก ทำให้ทั้งสองต้องสู้รบกัน ภายหลัง เทรซได้สู้กับอู๋เฟย และถูกอู๋เฟยฆ่าตาย
ข้อมูลตัวละคร
  • ตำแหน่ง : นักบินประจำหุ่นรบ ทอลกีซ II
  • อายุ : 24 ปี
  • เพศ/เชื่อชาติ : ชาย/เยอรมัน
  • เกิดที่ : ??
  • ส่วนสูง/น้ำหนัก : 184 ซม./ 63 กก.

 

เซคส์ เมอร์คิส หรือ มิลเลียร์โด พีซคราฟต์
เซคส์ เมอร์คิส (มิลเลียร์โด พีซคราฟต์) (ゼクス・マーキス, Zechs Merquise (ミリアルド・ピースクラフト, Milliardo Peacecraft)
เกิดในตระกูลพีซคราฟต์ แห่งอาณาจักรแซงค์ ที่ถือหลักการเรื่องสันติภาพที่ไม่ต้องใช้อาวุธ มีน้องสาวคือ รีลีน่า มีทหารคู่ใจ คือ ลูเครเซีย นอยน์
ข้อมูลตัวละคร
  • ตำแหน่ง : นักบินประจำหุ่นรบทอลกีซ, ทอลกีซ III, กันดั้มเอเปียน
  • อายุ : 19 ปี
  • เพศ/เชื่อชาติ : ชาย/ยุโรปเหนือ
  • เกิดที่ : อาณาจักรแซงค์
  • ส่วนสูง/น้ำหนัก : 181 ซม./ 60 กก.

 ชื่อ ของตัวละคร

ชื่อของตัวละครเกือบทั้งหมดในกัมดั้มวิงนั้นมาจากชื่อของตัวเลขในภาษา ต่างๆ

  • ฮีโร่ ยุย (Heero Yuy) คำว่า "Hee" ในภาษาญี่ปุ่น แปลว่า หนึ่ง ส่วนคำว่า "Yuy" นั้นมาจากคำว่า "Yui" โรมะจิของญี่ปุ่น ซึ่งแปลว่า หนึ่งเดียว ดังนั้นชื่อของ ฮีโร่ ยุย อาจจะแปลได้ว่า "ความหวังเพียงหนึ่งเดียวของมนุษยชาติ" ตามเนื้อเรื่องในกันดั้มวิง
  • ดูโอ แม็กซ์เวลล์ (Duo Maxwell) คำว่า "Duo" เป็นภาษาละติน และ ภาษาอังกฤษ ซึ่งมีความหมายแปลว่า สอง ส่วนนามสกุล "Maxwell" นั้น เชื่อว่ายืมมาจากผลงานเกี่ยวกับอุณหภูมิของนักคณิตศาสตร์ชื่อดัง James Clerk Maxwell ที่มีชื่อว่า Maxwell Demon หรือมีอีกชื่อ ภาพหลอนของ Maxwell
  • โทรวา บาร์ตัน (Trowa Barton) ชื่อ "Trowa" เป็นการเขียนแบบโรมะจิ ซึ่ง มาจากคำว่า "trois" ในภาษาฝรั่งเศส ที่แปลว่า สาม

จาก Gundam W episode zero โทรว่าเกิดที่โลก แต่เป็นตัวแทนจากอาณานิคมแอล 3 ในการนำกันดั้มลงสู่โลกภายใต้ภารกิจที่ชื่อว่า Operation meteor ชื่อจริงคือ Triton Bloom เป็นน้องชายคนเดียวของ Catherine Bloom (เหมือนโชคชะตาเล่นตลกที่พวกเขาพบกันที่โรงละครสัตว์ หลังจากที่พลัดพรากกันสิบกว่าปี) เขามีสัญชาติเยอรมัน

  • ควอเตอร์ ราบาร์บา วินเนอร์ (Quatre Raberba Winner) คำว่า "Quatre" ในภาษาฝรั่งเศส มีความหมายเท่ากับ สี่
  • จาง อู่เฟย (Zhang Wufei) คำว่า "อู่" ในภาษาจีนแปลว่า ห้า
  • เทรซ คุชรีนาด้า (Treize Khushrenada) คำว่า "Treize" ในภาษาฝรั่งเศส แปลว่า สิบสาม
  • เซคส์ เมอร์คิส (Zechs Merquis) "Zechs" ในภาษาเยอรมัน แปลว่า หก
  • มิลเลียร์โด พีซคราฟต์ (Milliardo Peacecraft) คำว่า "Milliardo" มาจากภาษาอิตาเลียน และ ภาษาสวีเดน แปลว่า พันล้าน
  • ลูเครเซีย นอยน์ (Lucrezia Noin) คำว่า "Noin" มาจากภาษาเยอรมัน (Neun) ที่แปลว่า เก้า (ตามเนื้อเรื่องหลักแล้วไม่มีคนในเรื่องเรียกเธอด้วยชื่อจริง อาจจะเพราะเจตนาของผู้กำกับที่ต้องการใช้คำที่มาจากตัวเลขในการแทนตัวละคร สำคัญๆ)
  • เลดี้ อัน (Lady Une) คำว่า "Une" เป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า หนึ่ง
  • OZ ย่อมาจากคำว่า Organization of Zodiac แปลว่า องค์กรแห่งจักรราศี
  • แซงค์ คิงก์ดอม (Cinq Kingdom) อาณาจักรที่อยู่ในทวีปยุโรป ที่เป็นต้นเหตุของเหตุการณ์หลายๆอย่างในกันดั้มภาคนี้ รวมทั้งเป็นบ้านเกิดที่แท้จริงของ เซคส์ และ รีลีน่า อีกด้วย ชื่อ Cinq นั้นมาจากภาษาฝรั่งเศส ที่แปลว่า ห้า

 

 

กันดั้มซี้ด

กันดั้มซี้ด
ชื่อไทย กันดั้มซี้ด
ชื่อญี่ปุ่น 機動戦士ガンダムSEED
ชื่ออังกฤษ Mobile Suit Gundam SEED
แนว แอคชั่น, หุ่นยนต์, ดราม่า
ภาพยนตร์การ์ตูนโทรทัศน์
Mobile Suit Gundam SEED
ผู้กำกับ มิตสึโอะ ฟุคุดะ
ออกแบบตัวละคร ฮิซาชิ ฮิราอิ
ผลิตโดย ซันไรส์
ฉายทาง TBS
Flag of ไทย ไอทีวี,เอเอสทีวี
ฉายครั้งแรก 5 ตุลาคม 2545 - 27 กันยายน 2546
จำนวนตอน 50
หนังสือการ์ตูน
GUNDAM SEED
ผู้แต่ง ฮาจิเมะ ยาทาเตะ (เรื่อง)
โยชิยูกิ โทมิโนะ (เรื่อง)
มาซาสึงุ อิวาเซะ (ภาพ)
สำนักพิมพ์ ประเทศญี่ปุ่น โคดันฉะ

ประเทศไทย บงกช

นิตยสาร ประเทศญี่ปุ่น แมกกาซีน Z รายเดือน

ประเทศไทย ซูเปอร์บอม

จำนวนเล่ม 5
หนังสือการ์ตูน
GUNDAM SEED
ศึกเดือดเกินพิกัด คิระ VS อัธรัน
ผู้แต่ง ฮาจิเมะ ยาทาเตะ (เรื่อง)
โยชิยูกิ โทมิโนะ (เรื่อง)
มิซึโฮะ ทากายามะ (ภาพ)
สำนักพิมพ์ ประเทศญี่ปุ่น โคดันฉะ

ประเทศไทย บงกช

นิตยสาร ประเทศญี่ปุ่น คอมิกบองบอง
จำนวนเล่ม 2
Wikikartoon.png ส่วนหนึ่งของสารานุกรมการ์ตูนญี่ปุ่น

โมบิลสูทกันดั้มซี้ด (Mobile Suit Gundam SEED) (เรียกย่อ ๆ ว่า กัน ดั้มซี้ด) เป็นอะนิเมะฉายทางโทรทัศน์ในประเทศญี่ปุ่น เป็นหนึ่งในอะนิเมะตระกูลกันดั้ม ของสตูดิโอซันไรส์ แต่ดำเนินเรื่องในจักรวาลเฉพาะที่ใช้ชื่อศักราชว่า Cosmic Era แยกจากกันดั้มตอนอื่น ๆ ความยาว 50 ตอน ฉายระหว่าง ค.ศ. 2002-2003 ลิขสิทธิ์ในประเทศไทยเป็นของบริษัท DEX และเคยฉายทางไอทีวี ในปี พ.ศ. 2547 ปัจจุบันออกอากาศทางช่อง ASTV3 Happy Variety Channel ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 17.30-18.00 น.และในปี พ.ศ. 2552 ยังได้ออกอากาศทางช่อง 5 อีกครั้งด้วย

โมบิลสูทกันดั้มซี้ด มีภาคต่อที่ชื่อว่า โมบิลสูทกันดั้มซี้ดเดสทินี และมีภาคเสริมหรือ Side Story คือ โมบิลสูทกันดั้มซี้ด แอสเทรย์ กับ โมบิลสูทกันดั้มซี้ด C.E.73 สตาร์เกเซอร์

หลังจากนั้นก็มีภาคพิเศษ Gundam Seed Special Edition ออกมาทั้งหมด 3 ตอนจบ ซึ่งเป็นการนำเนื้อเรื่องเดิมมาตัดต่อใหม่ให้กระชับขึ้น และเพิ่มฉากใหม่ ๆ เข้าไป ซึ่งบริษัท DEX ก็ยังเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์เหมือนฉบับโทรทัศน์ นอกจากนี้ยังมีการประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะมีการสร้างกันดั้มชุด SEED นี้ ออกมาเป็นแบบภาพยนตร์

เนื้อหา

]

 เรื่อง ย่อ

ระวังเสียอรรถรส ข้อความด้านล่างนี้กล่าวถึงเนื้อเรื่องหรือฉากจบ

ไฟแห่งสงครามที่ครุกกรุ่นกำลังจะโหมกระพือในอีกไม่นานนี้..เรื่องราว เกี่ยวกับสงครามระหว่าง เนเชอรัล และ โคออร์ดิเนเตอร์. โคออร์ดิเนตอร์ หรือ มนุษย์ที่ได้รับการตัดต่อพันธุกรรม ให้มีความสามารถสูงขึ้นกว่าปกติ ในขณะที่ เนเชอรัล หรือ มนุษย์ซึ่งเกิดตามแบบธรรมชาติ เริ่มมีความอิจฉาริษยาในความสามารถของพวกเขา ความอิจฉาริษยานั้นแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียด และก่อให้เกิดกลุ่มผู้ต่อต้านโคออร์ดิเนเตอร์หรือ บลูคอสมอส (Blue Cosmos) เพราะเหตุนี้ เหล่าโคออร์ดิเนเตอร์จึงได้สร้างโคโลนี่ในอวกาศขึ้นมาเรียก แพลนท์ (PLANT : Productive Ally on Nexus Technology) และเพราะเหตุนี้ทำให้โคออร์ดิเนเตอร์ที่เคยอาศัยบนโลกนั้น เริ่มเหลือน้อยลงทุกที

ในที่สุด ไฟแห่งสงครามก็ระเบิดขึ้น ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ CE (Cosmic Era) 70 สามวันหลังจากการประกาศสงครามระหว่างฝ่ายสหพันธ์โลก (OMNI : Oppose Militancy & Neutralize Invasion Enforcer) และ กองทหารของเหล่าโคออร์ดิเนเตอร์ หรือ ซาฟท์ (ZAFT : Zodiac Alliance of Freedom Treaty) ฝ่ายสหพันธ์โลกเริ่มโจมตีแพลนท์เป็นครั้งแรก และใช้อาวุธนิวเคลียร์ทำลายโคโลนี่ที่มีชื่อว่า "ยูนิอุสเซเว่น (Junius Seven) " ซึ่งเป็นแพลนท์ทางด้านเกษตรกรรม ผู้คนบริสุทธิ์กว่า 200,000 ราย ต้องเสียชีวิต (243,721 คน) จนถูกกล่าวขานว่าเป็นเหตุการณ์ " วาเลนไทน์ เลือด (Bloody Valentine) " ทำให้ฝ่ายแพลนท์ตัดสินใจใช้ N-Jammer (Neutron Jammer) ซึ่งสามารถหยุดการเคลื่อนไหวของอนุภาคนิวตรอน ทำให้ยับยั้งปฏิกิริยานิวเคลียร์ได้ โดยแพลนท์ยิงฝัง N-Jammer ลงใต้พื้นดินทั่วโลก ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนพลังงานอย่างมาก และคลื่นวิทยุบนโลกก็ถูกรบกวนจนใช้การได้ลำบาก

ไฟแห่งสงครามที่ก่อตัวขึ้น และจบลงในอีก 11 เดือนต่อมา โดยฝ่ายแพลนท์ได้รับชัยชนะในหลายๆ พื้นที่ในโลก ซึ่งหลังจากสงครามครั้งนี้สงบลง เรื่องราวต่างๆ ก็เริ่มต้นขึ้น

คิระ ยามาโตะ ตัวเอกของเรื่อง เป็นนักเรียนวิศวกรรมหุ่นยนต์ของเฮลิโอโพลิส (Heliopolis) โคโลนี่ของออร์บ ซึ่งเป็นประเทศเป็นกลาง ที่กำลังใช้ชีวิตวัยเรียนอย่างสงบสุข จนกระทั่งถูกฝ่ายซาฟท์ที่นำโดยพันเอกครูเซ่เข้าโจมตี หลังจากค้นพบว่า ออร์บได้พัฒนาโมบิลสูทและยานรบรุ่นใหม่(อาร์คแองเจิ้ล) ร่วมกับสหพันธ์โลกภายในโรงงานหลักของมอร์เก้นเรท (Morgenroete) โดยซาฟท์มีจุดประสงค์ที่จะขโมยโมบิลสูททั้ง 5 เครื่อง (สไตรค์, ดูเอล, บัสเตอร์, อีจิส และบลิทซ์) ยกเว้นเพียงตัวสุดท้ายเท่านั้นที่คิระบังเอิญได้ขึ้นบังคับ นามของมันคือ สไตรค์ จนกระทั่งนำไปสู่สงครามกับเหล่าโมบิลสูทอีก 4 เครื่องที่เหลือ โดยคิระเรียกชื่อโมบิลสูท สไตรค์ว่า "กันดั้ม (Gundam) " จากตัวอักษรนำหน้าข้อความที่ปรากฏในมอนิเตอร์ห้องนักบินตอนเข้าระบบปฏิบัติ การของโมบิลสูท คิระ ซึ่งเป็นโคออร์ดิเนเตอร์ ได้แสดงความสามารถปรับเปลี่ยนระบบปฏิบัตการที่ยังไม่สมบูรณ์ของสไตรค์ในเวลา คับขัน จนเขาสามารถบังคับสไตรค์ต่อสู้กับหุ่นจินน์ของซาฟท์ได้ เพื่อปกป้องเพื่อนๆของเขา และหาหนทางยุติสงครามครั้งนี้

 ตัว ละคร

 ลูก เรืออาร์คแองเจิ้ล

เด็กหนุ่มโคออดิเนเตอร์ ผู้มีพ่อเป็นนักวิจัยในการสร้างโคออร์ดิเนเตอร์ แม่เป็น Natural ในขณะที่แม่ของคิระตั้งครรค์เป็นลูกแฝด พ่อของคิระได้นำตัวอ่อนออกมาหนึ่งคนและได้ปรับแต่งพันธุกรรมขณะที่พัฒนาอยู่ จึงกลายเป็นสุดยอดโคออร์ดิเนเตอร์ซึ่งแฝดอีกคนก็มิได้ตายไปยังคงพัฒนาตัว เองอยู่ในครรค์และกลายเป็น คางาริ แต่ในตอนนั้นกำลังเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงจากทั้งสองฝ่ายพี่น้องคู่นี้จึง ต้องแยกจากกันโดยที่คิระได้ถูกฝากเลี้ยงกับครอบครัวยามาโตะและคางาริได้ถูก ฝากเลี้ยงไว้กับผู้นำของออร์บ เดิมเคยอยู่ที่แพลนท์เป็นเพื่อนสนิทกับอัสรัน ต่อมาย้ายมาอาศัยอยู่ใน ออร์บ (ORB)และได้รักกลับคางาริภายหลังรู้ว่าคางาริเป็นพี่น้องที่เกิดจากสายเลืด เดียวกัน ประเทศเป็นกลางที่ไม่มีนโยบายกีดกันเหล่าโคออดิเนเตอร์ มีนิสัยค่อนข้างเฉยเมยต่อสิ่งรอบข้าง ทั้งที่เป็นคนเก่ง แต่ไม่เคยเอาจริงเอาจัง เป็นเด็กหนุ่มที่ไม่ชอบทำสงครามแต่กลับต้องบังคับโมบิลสูท GAT-X105 สไตรค์ เพราะสถานะการณ์บังคับจากการที่เขาไปแก้ไขระบบปฏิบัติการของกันดั้ม ทำให้มนุษย์ธรรมดา(Natural) ไม่สามารถบังคับได้ และเหนืออื่นใดคือเขาอยากปกป้องเพื่อน
ที่มาของชื่อ GUNDAM เกิดจากคิระ เห็นตัวอักษรนำหน้าข้อความที่ปรากฏในมอนิเตอร์ห้องนักบิน แล้วนำมาเรียงเป็นคำย่อดังนี้
General
Unilateral
Neuro - Link
Dispersive
Autonomic
Maneuver

เมื่อยานอาร์คแองเจิ้ลลงมายังโลก ก็ได้รับการติดต่อจากคางาริ ยูระ อัสฮา ซึ่งในตอนนั้นปิดบังฐานะของตัวเองอยู่ และมุ่งหน้าเดินทางสู่ออร์บ เพื่อทำการซ่อมบำรุงที่มอร์เก้นเรท แต่หน่วยทหารที่นำโดยอัสรันก็แอบตามมาจนเกิดการต่อสู้อย่างหนัก สไตรค์ของคิระ และอีจิสของอัสรันก็ต่อสู้กันจนจมไปทั้งสองเครื่อง คิระถูกสรุปว่า M.I.A. (Missing In Action) แต่จริงๆ แล้วเขาได้รับการช่วยเหลือจากสังคราชมาคิโอ ให้ไปพักรักษาตัวอยู่กับ ลักซ์ ไคลน์ และเมื่อคิระได้ทราบข่าวการบุกโจมตีฐานโจชัวร์ เขาจึงต้องการต่อสู้อีกครั้งเพื่อปกป้องเพื่อนๆ และเพื่อสู้กับศัตรูตัวจริงของสงครามครั้งนี้ ลักซ์ จึงให้ความช่วยเหลือด้วยการลอบพา คิระ มาที่โรงเก็บ ZGMF-X10A ฟรีด้อม หุ่นรุ่นใหม่ 1 ใน 2 เครื่อง ของซาฟท์ที่ใช้ข้อมูลของฝ่ายสหพันธ์โลกสร้างขึ้น และติดตั้ง N-Jammer Canceler เพราะฟรีด้อมใช้พลังงานจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ คิระจึงขึ้นบังคับฟรีด้อมกันดั้มมุ่งหน้าสู่โลก เขาสามารถช่วยป้องกันยานอาร์คแองเจิ้ลที่ฐานโจชัวร์ได้สำเร็จ คิระกลับเข้าประจำยานอาร์คแองเจิ้ลอีกครั้ง โดยมีเงื่อนไขว่าเขาจะไม่เปิดเผยเทคโนโลยีของฟรีด้อมเด็ดขาด หลังการต่อสู้อันหนักหน่วงกับหุ่นรุ่นใหม่ 3 เครื่อง ของกองทัพสหพันธ์โลก และได้รับการช่วยเหลือจากจัสติสของอัสรัน แต่เกาะของสาธารณรัฐออร์บก็ยังถูกทำลาย คิระจึงออกสู่อวกาศอีกครั้งเพื่อทำศึกตัดสินกับกองทัพซาฟท์ เขาได้พบความจริงอันน่าตกใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของตัวเขาเองและแผน การที่แท้จริงของราอูล จนถึงการต่อสู้ในศึกสุดท้ายที่ยาคินดูเอ้ คิระก็สามารถล้มราอูลลงได้สำเร็จ

นายทหารหญิงแห่งสหพันธ์โลกสังกัดกองกำลังภาคพื้นแอตแลนติก ที่รับผิดชอบโปรเจกต์ G ดูแลการผลิตและทดสอบอยู่ที่เฮลิโอโพลิส เมื่อเกิดเหตุชิงหุ่นยนต์ทั้ง 5 เครื่อง เธอเห็นคิระยังติดอยู่ในโรงงานจึงต้องพาคิระขึ้นสไตรค์เพื่อจะหนีออกมา แต่ด้วยความที่เธอไม่เคยบังคับมาก่อน ทำให้ไม่สามารถต่อสู้กับหุ่นจินน์ที่เข้ามาโจมตีได้ จังหวะเดียวกันคิระมองเห็นเพื่อนๆ กำลังวิ่งหนีอยู่ใกล้กับสไตรค์ คิระจึงแย่งคันบังคับจากเมอร์ริว และเข้าแก้ไขระบบปฏิบัติการและบังคับสไตรค์ต่อสู้จนเอาชนะจินน์ได้ เมอร์ริว ที่เห็น คิระ บังคับและสามารถแสดงประสิทธิภาพสไตรค์ออกมาได้มากกว่าการทดสอบ และระบบปฏิบัติการที่คิระแก้ไขไปนั้น พวกเนเชอรัลไม่มีทางจะใช้ได้ จึงจำเป็นต้องให้คิระเป็นนักบินของสไตรค์โดยปริยาย ภายหลังเธอได้รับตำแหน่งกัปตันยานอาร์คแองเจิ้ล โดยความเห็นของมู ลา ฟลาก้า เพราะแม้มูจะมียศสูงกว่า แต่ในภาวะสงครามเขาก็ต้องออกรบเหมือนกัน เมอร์ริว เป็นกัปตันที่ใจดีจนเกินไป ไม่เข้มงวดในระเบียบมากนัก แต่นั่นก็ทำให้ลูกเรือทุกคนเคารพเธออย่างจริงใจ เมอร์ริวนำยานอาร์คแองเจิ้ลออกจากกองทัพสหพันธ์โลกหลังจากที่ทราบถึงแผนที่ ฐานทัพโจชัวร์ อลาสก้า และทำให้ยานอาร์คแองเจิ้ลมีจุดยืนเพื่อสันติภาพอย่างแท้จริง เธอมีผมสีนำตาล ได้เลื่อนยศเป็นร้อยเอกจากร้อยโท สูง176ซ.ม.หนัก44กิโลกรัมในภาคซีด และสูง177ซ.ม.หนัก57ก.ก.ในภาคซี้ดเดสทินี
"พญาเหยี่ยวแห่งเอนเอเมี่ยน" คือฉายาของเขา พันตรีมู ลา ฟลาก้า รับหน้าที่พานักบินของโปรเจกต์ G ซึ่งเป็นนักเรียนนายร้อยจบใหม่ หรือ "ลูกเจี๊ยบ" มาส่งให้ที่ท่าจอดยาน แต่ก็เกิดเหตุชิงหุ่นยนต์ซะก่อน ทำให้นักบินเหล่านั้นเสียชีวิตกันหมด มูจึงขออนุญาตขึ้นยานอาร์คแองเจิ้ล และรับหน้าที่ช่วยเหลือด้านกำลังรบ โดยขับยานรบโมบิลอาเมอร์และเป็นคู่ปรับกับราอูลในสงคราม 11 เดือน เมื่อยานอาร์คแองเจิ้ลเดินทางมาถึงฐานโจชัวร์ มูได้รับคำสั่งให้ลงจากยานเพื่อรับหน้าที่ใหม่พร้อมกับนาทาล และเฟรย์ แต่เมื่อกองทัพใหญ่ของซาฟท์บุกโจมตี มูก็ได้พบกับข้อมูลที่ทางสหพันธ์โลกจะทำลายฐานนี้ทิ้งพร้อมกับกำลังส่วน หนึ่งรวมทั้งอาร์คแองเจิ้ลด้วย มูจึงรีบไปเตือนอาร์คแองเจิ้ล และเป็นเหตุให้เขากลับขึ้นยานอีกครั้ง และเปิดเผยความในใจที่เขามีต่อเมอร์ริว ภายหลังจากที่คิระขึ้นเป็นนักบินของฟรีด้อม มูก็รับช่วงเป็นนักบินของสไตร์คต่อโดยใช้ระบบปฏิบัติการใหม่ที่เนเชอรัล สามารถบังคับได้ ซึ่งคิระทำขึ้นให้กับมอร์เก้นเรทเพื่อใช้กับหุ่นแอสเทรย์ตอนนำอาร์คแอ งเจิ้ลไปออร์บ และในศึกสุดท้ายที่ยาคินดูเอ้ มูบังคับสไตรค์เข้ารับโรเอนกรีนที่ยานโดมิเนี่ยนยิงใส่อาร์คแองเจิ้ล และมูได้ทิ้งคำพูดสุดท้ายให้กับเมอร์ริวว่า "ชั้นเนี่ยเป็นผู้ชายที่ทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้จริงๆ เลยนะ"
ร้อยตรี นาทาล บาจิรูล หน่วยกองยานที่ 8เป็นคนที่มีความเป็นผู้นำสูง สังกัดสหพันธ์โลก หน่วยของเธอได้รับมอบหมายหน้าที่ลับสุดยอดให้นำยานรบอาร์คแองเจิ้ลจากมอร์ เก้นเรด กลับมายังดวงจันทร์ แต่เกิดเหตุขโมยหุ่นยนต์ขึ้นเสียก่อน ท่าจอดยานถูกระเบิด แม้ตัวยานจะไม่ได้รับความเสียหายแต่ทางออกก็ถูกปิดไปแล้ว เธอจึงรวบรวมลูกเรื่อที่เหลือรอดจากการระเบิด และนำอาร์คแองเจิ้ลออกยานโดยยังไม่ได้ทำพิธีปล่อย สู่ภายในโคโลนีและได้พบกับ ร้อยโท เมอริว ราเมียส พร้อมกับ คิระ ยามาโตะ เธอมอบตำแหน่งกัปตันให้เมอริว ราเมียส ด้วยเหตุผลว่าเป็นคนที่รู้จักยานลำนี้เป็นอย่างดีน่าจะออกคำสั่งได้ดีกว่า ส่วนตัวเธอรับหน้าที่ C.I.C (Combat Information Center) ซึ่งทำหน้าที่สั่งการโจมตีทุกชนิดให้กับยาน อาร์คแองเจิ้ล ซึ่งคำสั่งของเธอถือเป็นสิทธิ์ขาดโดยไม่ต้องผ่านกัปตัน และในบางครั้งความคิดเห็นของเธอมักจะขัดแย้งกับกัปตันเมอริวอยู่บ่อยครั้ง เพราะความถูกต้อง(ทางการทหาร)ของเธอ กับความถูกต้อง (ทางด้านมนุษย์ธรรม)ของเมอริว มักจะไม่ได้ไปในทางเดียวกัน ภายหลังจากที่ยานอาร์คแองเจิ้ลเข้าประจำการที่ฐานทัพโจชัวร์ เธอลงจากยานอาร์คแองเจิ้ลเพื่อรับคำสั่งใหม่ และได้รับหน้าที่เป็น กัปตันยานรบ โดมิเนี่ยน ซึ่งเป็นยานรบชั้นอาร์คแองเจิ้ลเช่นเดียวกัน เธอได้เสียชีวิตหลังจากการสละยาน และตายไปพร้อมกับ มุลต้า อัสราเอล จากการยิงปืนใหญ่โรเอ็นกรินของยานอาร์คแองเจิ้ล นาทาล บาจิรูล นับว่าเป็นทหารที่มีความสามารถสูงมากคนหนึ่ง เพราะถ้าหากขาดเธอไป แองเจิ้ลคงไม่สามารถฝ่าฟันสถานะการณ์วิกฤติต่างๆ จากโคโลนี่จนลงมายังโลกได้อย่างแน่นอน สูง174ซ.ม.หนัก47กก.
ลูกสาวของรัฐมนตรีต่างประเทศสหพันธ์โลก เป็นลูกเรืออาร์คแองเจิ้ลด้วยสถานะการบังคับ เช่นเดียวกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม คิระ, ไซ, ทอลล์, มิริอาเรีย, คาซึอิ คิระสนใจในตัวเธอ แต่เธอไม่สนใจ และตัวเธอเองก็มีคู่หมั้นอยู่แล้ว ซึ่งก็คือ ไซ แต่ในการเผชิญหน้ากับกองยานของครูเซ่ ซึ่งบุกโจมตี กองยานสหพันธ์ที่พ่อของเฟรย์โดยสารมาด้วยนั้น ทำให้เธอต้องมองดูพ่อตายต่อหน้าต่อตา เธอคิดแค้นกล่าวหาคิระว่าไม่ตั้งใจสู้เพราะต้องสู้กับโคออดิเนเตอร์ด้วยกัน แต่หลังจากนั้นเธอก็เริ่มเข้ามาตีสนิทกับคิระเพื่อหวังจะหลอกให้คิระต่อสู้ จนต้องตาย เธอใช้คำพูดที่ดูเหมือนจะเห็นอกเห็นใจแต่แฝงไว้ด้วยความกดดันให้คิระสู้ เพื่อปกป้องคนอื่น จนกระทั่งคิระถูกแจ้งเป็น M.I.A. เธอจึงรู้สึกเสียใจ และลงจากยานพร้อมกับนาทาล เพื่อไปรับคำสั่งใหม่ แต่เมื่อฐานโจชัวร์ถูกโจมตี เธอก็ถูกครูเซ่จับตัวไป เพราะเสียงของครูเซ่นั้น ฟังเหมือนกับเสียงของพ่อเธอ เธอจึงค่อนข้างที่จะเชื่อฟังคำพูดของครูเซ่ ครูเซ่ใช้เธอเป็นเครื่องมือนำแปลนการผลิด N-Jammer Canceler ไปมอบให้กับฝ่าย Blue Cosmos สุดท้ายเธอก็กลายเป็นลูกเรือ ของยานโดมิเนี่ยน แต่แล้วเธอก็ต้องจบชีวิตลงด้วยฝีมือของครูเซ่ โดยแม้คิระจะพยายามสุดชีวิตแต่ก็ไม่สามารถช่วยเธอไว้ได้ เธอมีผมสีแดง สูง174ซ.ม.หนัก46กิโลกรัม
คู่หมั้นของเฟรย์ และเป็นเพื่อนกับคิระ ช่วงแรกเขาดูเป็นเหมือนที่พึ่งทางใจของเฟรย์อย่างมาก จนกระทั่งเฟรย์เริ่มใกล้ชิดกับคิระ เขาก็เริ่มแคลงใจ และไม่เข้าใจเหตุผลที่ในสิ่งที่เฟรย์ทำ จนเมื่อคิระเห็นเขาทะเลาะกับเฟรย์ คิระจึงหลุดปากบอกความสัมพันธ์ของตนกับเฟรย์ ไซซึ่งกำลังช๊อค และคิดเอาเองว่าเฟรย์สนใจคิระเพราะเขาเป็นนักบิน จึงแอบเข้าไปในโรงเก็บสไตรค์ และพยายามจะบังคับกันดั้มด้วยตัวเอง แต่หุ่นก็ล้มไม่เป็นท่า เป็นเหตุให้เขาโดนจับขัง ในตอนท้ายไซก็อยู่ประจำการบนยานอาร์คแองเจิ้ลจนสิ้นสุดสงครามที่ยาคินดูเอ้ ด้วย
เพื่อนของคิระ และคนรักของมิลิอาเรียในตอนที่อาร์คแองเจิ้ลลงมายังโลกแล้ว ก็พยายามฝึกบินด้วยเครื่องฝึกหัดบินเสมือนจริง จนสามารถออกรบได้จริง โดยขับเครื่องสกายกลาสเปอร์ แต่ก็ต้องจบชีวิตลงด้วยฝีมือของอัสรัน
"มิลลี่"คือชื่อเล่นของเธอ เธอเป็นคนรักของทอลล์ รับหน้าที่สื่อสารกับนักบิน บนยานอาร์คแองเจิ้ล เธอไม่เคยแคลงใจในตัวคิระเลย และคอยเป็นคนกลางในกลุ่มเพื่อนๆ เวลามีเรื่องทะเลาะกัน เธอเสียใจกับการตายของทอลล์เป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้โทษว่าเป็นเพราะคิระ เมื่อดิอักก้าถูกจับเป็นเชลย มิลลี่ ก็คิดแค้นจนแอบลอบสังหารเขาตอนที่อยู่ในห้องพยาบาล แต่ก็ถูกห้ามไว้ได้ เธอใจเย็นลงตอนที่เอาอาหารไปให้ดิอักก้าที่ห้องขัง ซึ่งดิอักก้าอธิบายว่า คนที่ฆ่าทอลล์นั้นไม่ใช่เขา ดิอักก้าได้ช่วยคิระต่อสู้กับกองทัพสหพันธ์โลกที่ออร์บ ทำให้มิลลี่เริ่มมองดิอักก้าในแง่ดีขึ้น เธอสูง156ซ.ม.หนัก51ก.ก.
เพื่อนในกลุ่มของคิระ เป็นคนที่ค่อนข้างขี้ขลาด และไม่ค่อยรักษาน้ำใจของคิระ โดยมักจะกล่าวพาดพิงโคออดิเนเตอร์ในทางเสียๆ หายๆ หรือไม่ก็บ่นน้อยใจที่เนเชอรัล ด้อยกว่าอยู่บ่อยๆ เป็นเพื่อนคนแรกในกลุ่มที่ขอปลดประจำการไปก่อนที่อาร์คแองเจิ้ลจะลงไปที่โลก แต่ก็ต้องตายไปพร้อมกับเฟรย์
  • ดาริดา ลอลาฮา แชนโดร่า ที่ 2 (Dalida Roe Laha Chandora II)
  • แจ็กกี้ โทโนมุระ (Jackie Tonomura)
  • อาโนลด์ นอยแมน (Arnold Neuman)
  • โรเมโร พาล (Romero Pal)
  • โทรี่
หุ่นยนต์นกที่อัสรันสร้างให้กับคิระ ตอนที่อยู่แพลนท์ด้วยกัน

 ฝ่าย แพลนท์

เพื่อนรักสมัยเด็กของคิระเข้าเป็นทหารของซาร์ฟเพราะแม่ของเขา(ลีนัวร์ ซาล่า)เสียชีวิตที่ยูนิอุสเซเว่น ได้เข้าประจำการกองทัพซาร์ฟในสังกัดหน่วยครูเซ่ ซึ่งได้รับคำสั่งให้มาขโมยโมบิลสูทของสหพันธ์โลกที่นำมาเก็บไว้ที่เฮลิโอโพ ลิส(โคโลนี่ของออร์บ)เขาได้เจอกับคิระอีกครั้ง ในขณะที่เข้าไปชิงสไตรค์ อัสรันพยายามจะกล่อมให้คิระมาอยู่กับซาร์ฟ แต่คิระเลือกที่จะปกป้องเพื่อนๆ อัสรันบังคับหุ่น GAT-X303 อีจิส จึงต้องกลายเป็นศัตรูของเขาไปแล้ว เมื่อมายังโลกได้ติดเกาะและรู้จักกับคางาริ ในปฏิบัติการโจมตียานอาร์คแองเจิ้ลที่ออร์บ หลังจากที่ทอลล์ตายแล้ว อัสรันบังคับอีจิสจับกลางตัวสไตรค์แล้วระเบิดหุ่นทิ้ง สไตรค์เสียหายมากจนคิดว่าคิระตายไปแล้ว อัสรันกลับไปที่แพลนท์เพื่อบอกข่าวการตายให้ครอบครัวของนิโคลรู้ และขึ้นบังคับ ZGMF-X09A จัสติส เพื่อไล่ตาม ฟรีด้อม มาที่โลก จนเข้าช่วยเหลือคิระจากการโจมตีของหุ่นรุ่นใหม่ 3 เครื่องของสหพันธ์โลกที่ออร์บ และได้เจอกับคางาริ จนอัสรันเปลี่ยนใจเข้าร่วมกับอาร์คแองเจิ้ลต่อสู้กับแพทริก ซาล่า พ่อของตน ในท้ายสุดจำต้องระเบิดจัสตินเพื่อทำลายเจเนซิส
"เจ้าหญิงแห่งเสียงเพลงของซาร์ฟ" ที่ประชาชนชาวแพลนท์รักและให้ความเชื่อถือเป็นอย่างมาก ลักซ์เป็นลูกสาวของซีเคล ไคล์น ประธานสภาแห่งซาร์ฟ ถูกกำหนดให้เป็นคู่หมั่นกับอัสรัน มีบุคลิกเรียบร้อย นุ่มนวล อ่อนหวาน มีความเป็นผู้นำสูงและมีแนวคิดเพื่อสันติภาพ ทั้งยังสามารถวางแผนสร้างกลุ่มกำลังพิเศษภายในกองทัพซาร์ฟ แต่ในขณะนำยานไปยูนิอุสเซเว่นในวันครบรอบ วาเลนไทน์เลือด ถูกกองทัพโลกโจมตีเพราะไม่เชื่อว่ายานของเธอเป็นแค่ยานพลเรือน แต่สามารถขึ้นแคปซูลช่วยชีวิตหนีออกมาได้ จนคิระไปพบเข้าและนำกลับมายังอาร์คแองเจิ้ล ลักซ์เข้าใจและเป็นห่วงในตัวคิระเป็นอย่างมาก ในท้ายที่สุดเป็นผู้นำยานเอเทอร์นอล ร่วมกับอาร์คแองเจิ้ลและคุซานางิ เพื่อทำลายเจเนซิสและยุติสงครามในที่สุด
เป็นหัวหน้าของหน่วยครูเซ่ กองทัพซาฟท์ เบื้องหน้าเป็นหัวหน้าของพวกอัสรัน แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาคือการทำลายมนุษย์ให้สูญสิ้น เพราะว่าเกลียดมนุษย์ที่กำเนิดเขาขึ้นมา ครูเซ่เป็นโคลนนิ่งของ อัล เดอ ฟลาก้า ผู้เป็นบิดาของ มูว ลา ฟลาก้า ที่ ดร.ยูเรน ฮิบิกิ สร้างขึ้นมา ในสงครามครั้งสุดท้ายได้บังคับ ZGMF-X13A โปรวิเดนซ์ เข้าต่อสู้กับ ฟรีด้อม แต่พ่ายแพ้ในที่สุด
เพื่อนร่วมหน่วยของอัสรัน มีนิสัยใจร้อน ไม่ค่อยเชื่อฟังเพื่อนร่วมทีมเท่าไหร่ เป็นคู่แข่งของอัสรัน อิซาคบังคับ GAT-X102 ดูเอล และในศึกครั้งหนึ่ง อิซาคโดนมีดของ สไตรค์ จึงทำให้เกิดรอยแผลที่หน้าและแค้นนักบินสไตร์คมาก แต่ในที่สุดก็เข้าร่วมกับฝ่ายอาร์คแองเจิ้ลในสงครามที่ยาคินดูเอ้
เพื่อนร่วมหน่วยของอัสรัน สนิทกับอิซาค เป็นผู้บังคับ GAT-X103 บัสเตอร์ ในปฏิบัติการโจมตียานอาร์คแองเจิ้ลที่ออร์บ คิระยิงบัสเตอร์ตกและดิอัคก้าถูกจับเป็นเชลยในยาน และช่วยอาร์คแองเจิ้ลต่อสู้กับสหพันธ์โลกที่เข้าโจมตีออร์บ จนถึงสงครามที่ยาคินดูเอ้
เพื่อนร่วมหน่วยของอัสรัน สนิทกับอัสรัน เป็นผู้บังคับ GAT-X207 บลิทซ์ ในปฏิบัติการโจมตียานอาร์คแองเจิ้ลที่ออร์บ หลังจากที่บัสเตอร์ตก สไตรค์ที่ต่อสู้กับอีจิสอยู่ นิโคลจึงบังคับบลิทช์เข้าโจมตีแต่กลับถูกสไตรค์ฟันเข้า เสียชีวิตทันที
  • รัสตี้ แมคเคนซี่ (Rusty Macancy)
เพื่อนร่วมหน่วยของอัสรัน เสียชีวิตตั้งแต่ตอนเข้าโจมตีเฮลิโอโพลิส
ผู้นำแพลนท์ เป็นพ่อของ อัสรัน เป็นผู้ที่เคียดแค้น เนเชอรัล จากเหตุการณ์ โศกนาฎกรรมยูนิอุสเซเว่น ซึ่งทำให้เสียภรรยาไป จึงต้องการทำลายเนเชอรัลให้สิ้นซาก และเปลี่ยนแผนที่จะโจมตีฐานทัพปานามาเป็นฐานทัพโจชัวร์ อลาสก้าแทน ท้ายสุดเสียชีวิตที่ยาคินดูเอ้
  • ซีเกล ไคลน์ (Sigel Clyne)
ประธานสภาแห่งซาร์ฟ บิดาของลักซ์ ถูกทหารซาร์ฟยิงตายหลังจากที่คิระนำฟรีด้อมไปได้ไม่นาน
"เสือแห่งทะเลทราย" อดีตผู้บัญชาการภาคพื้นแอฟริกา หลังจากบาคูที่ขับโดนคิระจัดการ โดยตนเองไม่ตายเพียงเสียแขนไปข้างหนึ่ง แต่คนรัก(ไอช่า)ตาย ภายหลังมารับตำแหน่งกัปตันยาน เอเทอร์นอล ให้กับกองกำลังของลักซ์
  • มัลโก้ โมราซิม (Marco Morassim)
ผู้บัญชาการหน่วยโมราซิม ที่ฐานทัพคาเพนทาเรีย ได้ขับ ดีน ในการต่อสู้กับอาร์คแองเจิ้ลรอบแรกที่มหาสมุทรอินเดีย แล้วเสียท่าให้กับ สกายกลาสเปอร์ ของ มู ลา ฟราก้า รอบสองขับหุ่นที่ใช้ในทะเล โซโน ต่อสู้กับ อาร์คแองเจิ้ลอีกรอบ แล้ว จบชีวิตด้วย สไตรค์กันดั้ม ของ คิระ ยามาโตะ

 ฝ่าย ออร์บ

ลูกสาวของอุซุมิ ผู้นำประเทศออร์บ เดินทางไปเฮลิโอโพลิสเพื่อสืบหาโครงการ G ได้พบและรับการช่วยชีวิตโดยคิระให้เดินทางกลับโลกอย่างปลอดภัย คางาริติดต่ออาร์คแองเจิ้ลให้มุ่งหน้าสู่ออร์บ แล้วร่วมเดินทางไปกับยานอาร์คแองเจิ้ลและได้พบกับอัสรัน ในการโจมตีของสหพันธ์โลกที่ออร์บ คางาริบังคับหุ่น MBF-02 สไตรด์รูจ ซึ่งเป็นหุ่นที่เหมือนกับสไตรค์ของคิระ แต่มีระบบเฟรสชิพต่างกัน หลังจากเดินทางสู่อวกาศพบกับอาร์คแองเจิ้ล คางาริรับรู้เรื่องกดดันของอัสรันและเห็นใจเค้าเป็นอย่างมาก ในท้ายสุดคางาริเข้าไปช่วยอัสรันไว้ในช่วงที่จะระเบิดจัสตินเพื่อทำลายเจเน ซิส
ผู้นำประเทศออร์บ และ เป็นพ่อของ คางาริ เป็นผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของกองทัพสหพันธ์โลก และดำเนินนโยบายเป็นกลางจนได้พลีชีพตัวเองพร้อมกับประเทศ แต่ก่อนนั้นได้เรียกเหล่าคนรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมกับอาร์คแองเจิ้ลเข้าพบและ ฝากความหวังแห่งสันติภาพไว้กับพวกเค้าเหล่านั้น
องค์รักษ์คนสนิทของคางาริ เป็นผู้ที่ใกล้ชิดและคางาริไว้ใจมากที่สุด คอยช่วยเหลือคางาริตั้งแต่ปลอมตัวเข้าร่วมกับกองกำลังทะเลทรายเพื่อสู้กับ เสือแห่งทะเลทราย และเป็นกัปตันบังคับยานคุซานางิ
หัวหน้าฝ่ายวิจัยและช่างเทคนิคของมอร์เกนเรทที่ออร์บ เป็นผู้ดูแลโปรเจกต์ G และการสร้างโมบิลสูท MBF-M1 M1แอสเทรย์ ทั้งยังเป็นผู้ทำรายงานความสามารถที่เรียกว่า SEED ในโคออดิเนเตอร์ของ คิระ ยามาโตะ
  • อาซางิ โค้ดเวล
นักบินของออร์บ ที่บังคับแอสเทรย์ M1 ด้วยระบบปฏิบัติการที่คิระสร้างขึ้น และเข้าต่อสู้ในสงครามยาคินดูเอ้
  • จูริ วู เนียน
นักบินของออร์บ ที่บังคับแอสเทรย์ M1 ด้วยระบบปฏิบัติการที่คิระสร้างขึ้น และเข้าต่อสู้ในสงครามยาคินดูเอ้
  • มายูระ ลาแบ็ท
นักบินของออร์บ ที่บังคับแอสเทรย์ M1 ด้วยระบบปฏิบัติการที่คิระสร้างขึ้น และเข้าต่อสู้ในสงครามยาคินดูเอ้

 บลูคอส มอส

ชายที่เป็นผู้นำของบลูคอสมอส อยู่ประจำยาน โดมิเนียน พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อชัยชนะและทำลายโคออดิเนเตอร์ให้หมดสิ้น
  • ออร์ก้า ซับแน็ค
หัวหน้าหน่วยของ CPU ที่มีชีวิต ขับ GAT-X131 คาลามิตี้กันดั้ม ชอบอ่านนิยายเวลาปกติ
  • โครโต บูเออร์
นักบินที่เป็น CPU มีชีวิต ขับ GAT-X370 เรดเดอร์กันดั้ม ชอบเล่นเกมเวลาปกติ
  • ชานี่ แอนดราส
นักบิน CPU มีชีวิตอีกคน ขับ GAT-X252 ฟอร์บิดเดนกันดั้ม เวลาปกติจะชอบฟังเพลง
  • วิลเลียม ซูทเทอร์แลนด์
ผู้บัญชาการฐานทัพโจชัวร์ (JOSH-A) ที่อลาสก้า เป็นผู้ออกคำสั่งให้ อาร์คแองเจิ้ล อยู่เฝ้าฐานทัพเพื่อเป็นเป้าล่อกองทัพใหญ่ของซาฟท์ แล้วทำลายทิ้ง เป็นผู้สนับสนุน บลูคอสมอส

 โม บิลสูท

 กัน ดั้ม

 โม บิลสูทของซาฟท์

 โม บิลสูทของสหพันธ์โลก

 โม บิลสูทของออร์บ

 ยาน รบและอื่นๆ

 ฝ่าย สหพันธ์โลก

  • ยานชั้น เดร็ก
  • ยานชั้น เนลสัน
  • ยานชั้น อามาเกม่อน
  • ยานชั้น อาร์คแองเจิ้ล

 ฝ่าย ซาฟท์

  • ยานชั้น นาสก้า
  • ยานชั้น ลอราเซีย
  • ยานชั้น เลเซปส์

 ทีมงาน

 เพลง ประกอบ

เพลงเปิดเรื่อง (Opening) :
เพลงจบ (Ending) 
เพลงแทรกระหว่างเรื่อง (Insert Song) 
  • Shizuka na Yoru ni ขับร้องโดย ริเอะ ทานากะ
  • METEOR ขับร้องโดย T.M. Revolution
  • Akatsuki no Kuruma ขับร้องโดย FictionJunction YUUKA
  • Mizu no Akashi ขับร้องโดย ริเอะ ทานากะ
เพลงประจำตัวละคร (Character Song) 

 ดู เพิ่ม

 แหล่ง ข้อมูลอื่น

 

 

กันดั้มซี้ดเดสทินี


นดั้มซี้ดเดสทินี เป็นการ์ตูนญี่ปุ่น 1 ในซีรีส์กันดั้ม ที่ถูกสร้างขึ้นเป็นภาคต่อของกันดั้มซี้ด เริ่มออกอากาศที่ประเทศญี่ปุ่น ทุกวันเสาร์ เวลา 18.00-18.30 น. ตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม ค.ศ. 2004 (บางท้องถิ่นเป็นวันที่ 16 ตุลาคม) ถึง 1 ตุลาคม ค.ศ. 2005 (บางท้องถิ่นเป็นวันที่ 8 ตุลาคม) ทางสถานี TBS รวมความยาวทั้งสิ้น 50 ตอน

ในประเทศไทย กันดั้มซี้ดเดสทินี ไม่ได้ออกอากาศทางฟรีทีวี แต่เพิ่งได้ออกกอากาศทาง ทรูสปาร์กในช่วงปลายปี 2550 ค.ศ. 2007 โดยออกอากาศครบตามจำนวนตอนปกติเหมือนครั้งออกอากาศทางญี่ปุ่น ส่วนรูปแบบ วีซีดี และ ดีวีดี เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัท DEX ซึ่งในรูปแบบ ดีวีดี แผ่นสุดท้ายได้มีตอนพิเศษแถมมาให้ซึ่งก็คือเนื้อเรื่องตอนที่ 50 นำมาดัดแปลงบางส่วนของตอนจบให้ต่างจากของต้นฉบับเดิม อนึ่ง กันดั้มซี้ ดเดสทินี เป็นอะนิเมะเรื่องแรกๆ ของประเทศไทยที่มีการออกวางจำหน่ายวีซีดีในช่วงเวลาที่ญี่ปุ่นยังคงออกอากาศต่อเนื่องอยู่

เนื้อหา

[ซ่อน]

 เรื่อง ย่อ

ระวังเสียอรรถรส ข้อความด้านล่างนี้กล่าวถึงเนื้อเรื่องหรือฉากจบ

เรื่องราวเกิดขึ้นจากผลกระทบของสงครามระหว่างกองทัพโลกและกองทัพซาฟต์ใน สงครามครั้งก่อน เมื่อ ออร์บ ประเทศเป็นกลางโดนกองทัพโลกบุกโจมตีเพื่อยึดโรงงานโมบิลสูทมาเป็นของตัวเอง เพื่อใช้ในการผลิตโมบิลสูทต่อสู้กับกองทัพซาฟต์และนำเทคโนโลยีของออร์บมาใช้ ในขณะนั้นเองตัวเอกของเรื่อง ชิน อาสึกะ นั้นก็ได้รับผลกระทบจากสงครามที่เกิดขึ้นจนทำให้เสียครอบครัวอันเป็นที่รัก ไป ต่อมาในภายหลังก็ได้อพยพย้ายไปอยู่ที่ แพลนท์ และได้รับการคัดเลือกให้เป็นนักบินของซาฟต์ในการขับหุ่นกันดั้มรุ่นใหม่ของ ซาฟต์ อิมพัลส์กันดั้ม และด้วยเหตุอันสุดวิสัยจึงต้องเข้ามาเกี่ยวกับสงครามครั้งใหม่ที่เกิดจากการ จู่โจมของหน่วยลับบลูคอสมอส นำโดยพันเอกนีโอ ลอร์นอร์ค ได้ขโมยกันดั้มรุ่นใหม่ของทางซาฟต์ไปถึง 3 เครื่อง เคออสกันดั้ม ไกอากันดั้ม อาบิสกันดั้ม ซึ่งในขณะนั้น อัสรัน ซาล่า และ คางาริ ได้อยู่ที่แพลนท์ด้วย ทำให้ทั้งสองต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับสงครามที่จะประทุขึ้นมาครั้งใหม่ ทั้งการก่อการณ์ร้ายของเหล่าโคออดิเนเตอร์ที่แพ้สงครามครั้งก่อน และยังยึดมั่นในอุดมคติของ แพททริก ซาร่า ทำให้พวกเขาส่ง ยูนิอุส เซเวน (JUNIUS SEVEN) ตกลงสู่โลก ทั้งการที่หน่วยลับของโคออดิเนเตอร์พยายามสังหาร ลักส์ ไคลน์ การตัดสินใจของคิระและอัสรันในสงครามที่สวนทางกัน ทั้ง ๆ ที่ความตั้งใจของเขาทั้งสองเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เหตุการณ์จึงยิ่งเลวร้ายยิ่งขึ้น เมื่อบลูคอสมอสยื่นมือเข้ามาในสงครามนี้

จบเนื้อหาส่วนที่เสียอรรถรสแล้ว ข้อความด้านบนนี้กล่าวถึงเนื้อเรื่องหรือฉากจบ

 ตัว ละครหลัก

  • ชิน อาสึกะ (Shinn Asuka) เป็นคนขับโมบิลสูทให้กับซาฟท์ ก่อนมาเป็นทหารเคยอาศัยอยู่ที่ORBมาก่อนแต่ได้เสียพ่อแม่และน้องสาวไปต่อ หน้าต่อตาในสงคราม จึงได้เข้าร่วมกับซาฟท์ ในตอนแรกชินไม่ยอมรับอัสรัน เพราะอัสรันเคยไปอยู่กับพวกคิระ เป็นเหตุให้ชินและอัสรันไม่ค่อยลงรอยกันนัก
  • เรย์ ซา บาเรล (Rey Za Barrel)
เพื่อนสนิทของ ชิน อาซึกะ คอยให้คำปรึกษาต่างๆเป็นคนที่สนิทกับ ประธานกิลเบิร์ต ดูลแรนดาล อย่างมาก ซึ่งเบื้องหลังของเค้านั้นคือ ร่างโคลน ของ ลาอู เลอ ครูเซ่ นั้นเอง ซึ่งหลังจากที่ ลาอูตายจากไป เรย์ ได้ทำหน้าที่แทนตัวเค้าเป็นอย่างดีในฐานะโคลนของลาอู แต่ก็คิดได้เมื่อได้ต่อสู้กับคิระ เมื่อคิระกล่าวว่า ชีวิตเป็นของของนาย ไม่ใช่ของเค้า (ลาอู) ทำให้เรย์ได้สติ ต่อมาได้ตายในแมสไซอาร์ พร้อมกิลเบิร์ต ผู้ที่เค้าลั่นไกสังหารเอง
  • ลูน่ามาเรีย ฮอว์ค (Lunamaria Hawke)
พี่สาวของ เมย์ริน ฮอว์ค จบโรงเรียนทหารมาพร้อมกับ ชิน และ เรย์ ในยศ ซาฟท์เรด เป็นผู้ขับอิมพัลส์ ต่อจาก ชินที่ได้ เดสตินี่ไปแล้ว (ก่อนขับอิมพัลส์ก็เคยขับกันเนอร์แซกวอริเออร์รุ่นสีแดงมาแล้ว) เธอมีผมสีแดง เป็นคนรัก ชิน อาสึกะ สูง160ซ.ม.หนัก43.5ก.ก.
  • เมย์ริน ฮอว์ค (Meyrin Hawke)
น้องสาวของลูน่ามาเรีย อดีตหน่วย CIC ของมิเนอร์ว่า หน้าที่คอยสั่งการโมบิลสูท และคอยติดต่อด้านการสื่อสารและระบบเครื่องของยาน ได้ช่วยเหลือในการหลบหนีของอัสรันและตัวเองก็ไปด้วย น่าจะมีความรักต่ออัสรันด้วยเธอมีผมสี แดงชมพูนิดๆ สูง156ซ.ม.หนัก54ก.ก.
  • สเตลล่า ลูซิเอ้ (Stella Loussier)
หนึ่งในเด็กที่โดนทดลองโดยกองทัพโลกเรียกว่า EXTENDED ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของ พันเอก นีโอ ลอร์นอร์ค ซึ่งเธอเกลียดและกลัวคำที่เกี่ยวกับคำว่า "ตาย" เป็นอย่างมาก ถ้าได้ยินจะคลั่งจนควบคุมสติไม่อยู่ ต้องหายาระงับบ่อยครั้ง และเป็นคนรักของ ชิน อาสึกะ อีกด้วย ภายหลังได้เสียชีวิตโดยฝีมือของ คิระ จากการระเบิดของหุ่นยักษ์ DESTROY GUNDAM ซึ่งเธอเป็นคนบังคับ เธอมีผมสีส้มออกเหลืองบางส่วนสูง155ซ.ม.หนัก37.5
  • สติง โอคเลย์ (Sting Oakley)
  • อาว นีเดอร์ (Auel neider)
  • นีโอ ลอร์นอร์ค (Neo roanoke)
เป็นคนที่เคยเสียความทรงจำจากการทำสงคราม แต่ความจริงแล้วนีโอ คือ มู รา ฟราก้า สุดท้ายมูก็ฟื้นความทรงจำและกลับไปอยู่กับฝ่ายคิระ
  • กิลเบิร์ต ดูแรนดัล (Gilbert Duraivdal)
ประธานวุฒิสภาแห่งซาร์ฟที่ทำหน้าที่ต่อจากแพทริก ซาล่าที่ตั้งใจจะนำแผนการ "เดสทินี่ แพลนท์มาใช้แต่ไม่สำเร็จ สุดท้ายก็จบชีวิตลงด้วยมือของเรย์ที่ตนรักเหมือนกับลูกหลาน
  • มีอา แคมป์เบลล์ (Meer Campbell)
หญิงสาวผู้มีเสียงคล้าย ลักซ์ ไคลน์ ซึ่งโดนประธานดูแรนดาล สั่งให้ทำศัลยกรรมให้มีรูปร่างลักษณะเหมือนลักซ์ เพื่อชักจูงจิตใจของประชาชนให้เชื่อมั่นในตัวดูลแรนดาล ภายหลังเมื่อลักซ์ตัวจริงได้เปิดเผยตัวเพื่อขัดขวางแผนการณ์ของประธาน เธอก็ถูกลอยแพ และได้เสียชีวิตเพราะช่วยเหลือลักซ์

เมื่อก่อนเธอมีผมสีนำตาลที่ชื่นชอบลักซ์ ไคลน์มากสูง160ซ.ม.หนัก52ก.ก.

อดีตคู่หมั้นของลักซ์ ไคลน์ แต่ตอนนี้รักกับคางาริน้องสาวของคิระ อัสรันเป็นเพื่อนเก่าแก่ของคิระ แต่เนื่องจากการเป็นทหารคนละฝ่าย และเพราะการตัดสินใจไม่ถูกของอัสรัน ทำให้หลังจากสงครามครั้งที่ 2 นี้คิระและอัสรันทะเลาะและกลายเป็นศัตรูไป แต่เมื่อใดที่จะเกิดอันตรายกับอีกคน ก็จะเข้ามาคอยช่วยเหลือกันเสมอ
แฟนของอัสรัน รู้สึกเป็นห่วงอัสรันอยู่เนืองๆในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เป็นผู้นำของORBไป ในตัว และการที่เป็นผู้นำของORB ทำให้ความสัมพันธ์รักระหว่างของเธอกับอัสรันต้องมียุติลง เหลือเพียงความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนเท่านั้น
หนึ่งในบุคคลที่น่ายกย่องด้านฝีมือและการตัดสินใจ บุคคลิกต่างจากซี้ด เป็นอย่างมาก ช่วงแรกๆ ของเรื่องไม่มีบทบาทมากนัก แต่ภายหลังจากที่คิระ ขึ้นบังคับฟรีด้อม ทำให้บทบาทของคิระมีเพิ่มมากขึ้น พร้อมกับฝีมือที่มากขึ้น
อดีตนักร้องของฝ่ายซาฟท์และเป็นอดีดคู่หมั้นของอัสรัน เป็นผู้หญิงที่อ่อนโยน เข้มแข็ง ใจดี เป็นแฟนสาวของคิระในภาคนี้ รู้เรื่องราวทุกอย่าง ทั้งเรื่องที่ใครทำอะไรผิดหรือถูก หรือแม้แต่การรบ ลักซ์ก็สามารถทำได้ ในภาคนี้ลักซ์ได้ลอบกลับเข้าไปในฐานซาฟท์เพื่อเอายานออกมา ภายหลังจบศึกเดสทินี ลักซ์ได้เป็นผู้นำของซาฟท์ และนำพาสันติสุขแด่ซาฟท์

 เพลง ประกอบ

เพลงเปิดเรื่อง (Opening)
เพลงปิดเรื่อง (Endings)
  • Reason ขับร้องโดย ทามากิ นามิ (ตอนที่ 1-13)
  • Life Goes On ขับร้องโดย มิกะ อาริซากะ (ตอนที่ 14-25)
  • I Wanna Go to a Place... ขับร้องโดย ริเอะ ฟุ (ตอนที่ 26-37)
  • Kimi wa Boku ni Niteiru ขับร้องโดย See-Saw (ตอนที่ 38-50 ,Final Plus และ Gundam Seed Destiny Special Edition Part 4)
  • Result ขับร้องโดย ทามากิ นามิ (Gundam Seed Destiny Special Edition Part 1)
  • Tears ขับร้องโดย Lisa (Gundam Seed Destiny Special Edition Part 2)
  • Enrai ~tooku ni aru akari~ ขับร้องโดย High and Mighty Color(Gundam Seed Destiny Special Edition Part 3)
เพลงแทรกระหว่างเรื่อง (Insert Songs)

 

 

กันดั้มดับเบิลโอ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
โมบิลสูทกันดั้มดับเบิล โอ
Gundam00-logo.jpg
ชื่อไทย โมบิลสูทกันดั้มดับเบิลโอ
ชื่อญี่ปุ่น 機動戦士ガンダム00
ชื่ออังกฤษ Mobile Suit Gundam 00
แนว แอคชั่น, หุ่นยนต์, ดราม่า
ภาพยนตร์การ์ตูนโทรทัศน์
ผู้กำกับ เซจิ มิซึชิมะ
ออกแบบตัวละคร ยุน โคงะ (ต้นฉบับ)
มิจิโนริ จิบะ (อะนิเมะ)
ผลิตโดย ซันไรส์
ฉายทาง TBS, MBS
ฉายครั้งแรก Flag of ญี่ปุ่น 6 ตุลาคม 2550 - 29 มีนาคม 2551
จำนวนตอน 25 (ซีซันแรก),25 (ซีซันสอง)
Wikikartoon.png ส่วนหนึ่งของสารานุกรมการ์ตูนญี่ปุ่น

โมบิลสูทกันดั้มดับเบิลโอ (ญี่ปุ่น: 機動戦士ガンダム 00 Kidō Senshi Gandamu Daburuō ?) เป็นการ์ตูนญี่ปุ่น 1 ในซีรีส์ กันดั้ม เริ่มออกอากาศครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ถึง 29 มีนาคม พ.ศ. 2551 มีความยาวทั้งหมด 25 ตอน และมีกำหนดการที่จะออกอากาศซีซันที่ 2 ต่อ หลังจากเว้นระยะเวลาไปช่วงหนึ่ง[1] ส่วนในประเทศไทย โมบิลสูทกันดั้มดับเบิลโอ วางจำหน่ายในรูปแบบวีซีดี-ดีวีดีลิขสิทธิ์ โดย DEX

เนื้อหา

[ซ่อน]

 เรื่อง ย่อ

ระวังเสียอรรถรส ข้อความด้านล่างนี้กล่าวถึงเนื้อเรื่องหรือฉากจบ

 Season 1

หนังการ์ตูนเรื่องนี้เริ่มต้นโดยมีฉากเบื้องหลังคือโลกในปี A.D. (คริสต์ศักราช) ที่ 2307 มนุษย์ได้คิดค้นสร้างลิฟท์ขึ้นสู่วงโคจรนอกอวกาศและระบบผลิตพลังงานแสง อาทิตย์นอกชั้นบรรยากาศโลกและเริ่มใช้จริงเพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานทดแทน พลังงานน้ำมันที่ถูกขุดขึ้นมาใช้จนเกือบหมด แต่ในการก่อสร้างระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์นี้จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนก่อ สร้างอย่างมหาศาล ซึ่งผู้ที่ถือครองกรรมสิทธิ์และได้รับผลประโยชน์นั้น มีเพียง 3 ขั้วมหาอำนาจเท่านั้น ได้แก่ Union ที่นำโดยสหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย สัมพันธมิตรเพื่อการปฏิรูปมนุษย์ที่นำโดยจีน รัสเซีย อินเดีย และ AEU หรือสหภาพยุโรป ซึ่งขั้วมหาอำนาจทั้งสามถึงแม้จะไม่ก่อสงครามต่อกันถึงขั้นแตกหักต่อกันก่อ ตาม ต่างฝ่ายต่างก็แข่งขันกันคิดค้นพัฒนายุทโธปกรณ์ทางการทหารกันอย่างไม่ยั้ง มือ เกิดเป็นสงครามเย็นที่ดูเหมือนจะเป็นเช่นนี้ต่อไปโดยไม่มีวันจบ ส่วนประเทศขนาดเล็กที่ไม่ได้เข้าร่วมขึ้นอยู่กับขั้วมหาอำนาจใดเลย ต้องตกอยู่ในสภาวะยากไร้ขาดแคลน มีการต่อสู้แย่งชิงและเกิดสงครามภายในประเทศขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก

ในยุคแห่งความวุ่นวายสับสนเช่นนี้ องค์กรลับนาม เซเลสเชียลบีอิงก์ ได้ถือกำเนิดขึ้นมาโดยมีเป้าหมายเพื่อการต่อต้านและหยุดยั้งสงครามทุกรูปแบบ ที่เกิดขึ้นในโลก โดยใช้อาวุธที่ใช้เตาพลังงานแสงอาทิตย์ GNไดรฟ์ นาม "กันดั้ม" ซึ่งมีประสิทธิภาพเหนือกว่าอาวุธในปัจจุบันเพื่อการดำเนินแผนการณ์ตาม อุดมการณ์ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

Season 2

ปีคริสต์ศักราช 2312 ภายหลังสงครามครั้งใหญ่ระหว่างเซเลสเชียลบีอิงก์กับกองกำลังสามขั้วอำนาจโลก เหล่าขั้วอำนาจได้รวมตัวกันก่อตั้งสหพันธ์โลกขึ้นมา ซึ่งมีกองกำลังของตนเองเพื่อความมั่งคงและการรักษา ความสงบเรียบร้อยภายในโลก และได้มีการก่อตั้งกองกำลังอิสระนามว่า A-laws ซึ่งมีหน้าที่ในการพิทักษ์รักษาความสงบเรียบร้อยของโลกใบนี้ หากแต่เบื้องหลังนั้น A-laws เป็นกำลังที่จะกำจัดผู้ที่ขัดขืนต่อต้าน สหพันธ์โลกด้วยวิธีที่โหดเหี้ยมและเด็ดขาด เหล่าผู้คนที่ไม่พอใจต่อการกระทำนี้จึงรวมตัวกันก่อตั้งกองกำลังต่อต้านใน นาม "คาตารอน" (Kataron) ขึ้นมาเพื่อต่อสู้ ทำให้โลกยังไม่อาจจะพบสัญญาณแห่งความสงบสุข ได้เลย และภายใต้ความสับสนวุ่นวายที่กำลังคุกรุ่นอยู่ตอนนี้นั้น กองกำลังเซเลสเชียลบีอิงก์ซึ่งได้รับการฟื้นฟูขั้นใหม่ได้พร้อมที่จะแสดงตน เองเพื่อยับยั้งสงครามครั้งใหม่นี้อีกครั้ง

 ตัว ละคร

 โม บิลสูท

 ยาน รบและอื่นๆ

 Season 1

 เซ เลสเชียลบีอิงก์

ระวังเสียอรรถรส ข้อความด้านล่างนี้กล่าวถึงเนื้อเรื่องหรือฉากจบ
CBS-70 ยานปโตเลไมออส (ญี่ปุ่น
プトレマイオス Ptolemaios ?)
ยานแม่ของเหล่ากันดั้มไมสเตอร์ ซึ่งส่วนใหญ่จะทำหน้าที่บรรทุกกันดั้มทั้งสี่เครื่องเพื่อซ่อมบำรุงและทำการ เคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่อื่นๆ เพื่อความพร้อมในการทำภารกิจ โดยปกติยานลำนี้จะไม่มีอาวุธต่อสู้ในเบื้องต้น นอกจากบาเรียอนุภาค GN รอบตัวเครื่อง และยานลำนี้ก็จำเป็นต้องชาร์จพลังงานจากเตาปฏิกรณ์ GN ของกันดั้มยามที่พลังงานใกล้หมด โดยยานลำนี้ได้อัปปางไปจากการโจมตีของ GN-X ในตอนที่ 24
ชื่อ "ปโตเลไมออส" คาดว่ามาจากชื่อของ ปโตเลมี ซึ่งเป็นนักดาราศาสตร์คนสำคัญของกรีกโบราณ
GN-ARMs
MA ขับเคลื่อน ด้วย GN-Drive เช่นเดียวกับกันดั้ม มีหน้าที่คอยสนับสนุน พวกเซ็ตสึนะ ตัวยานแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นยานแม่ สามารถบรรทุกกันดั้มได้ ในส่วนที่สองหรือยานลูก ใช้สำหรับโจมตีสนับสนุน เพราะมี GN-BeameและGN-Cannon อย่างละสองกระบอก แล้วส่วนนี้ยังสามารถ ประกอบเข้าที่ด้านหลัง Exia และ Dynames เพื่อเพิ่มความสามารถของตัวกันดั้ม คาดว่าสามารถประกอบกับ Kyrios Nadleeh หรือ Virtue ได้เช่นกัน ทั้งสองส่วนสามารถรวมกันเป็น MA ลำใหญ่ได้
โคโลนี่ "กรุงเทพ" (ญี่ปุ่น
クルンテープ Krung Thep ?)
ปรากฏขึ้นในไซส์สตอรี่ 00F และฉบับนิยาย 00P เป็นโคโลนี่แห่งแรกของโลกซึ่งสัณนิษฐานว่าถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 15 ปีก่อน รักษาระดับการลอยที่อยู่ในเขตสมดุลแรงโน้มถ่วง L3 โดยมีลักษณะเป็นดาวเคราะห์น้อยรัศมีประมาณ 500 เมตร สร้างเป็นพื้นที่ขุดเข้าไปภายในตัวดาวเคราะห์น้อย เป็นสถานที่พัฒนาวิจัยเทคโนโลยีแห่งแรกๆ ของ เซเลสเชียลบีอิงก์ โดยชื่อนำมาจาก "กรุงเทพมหานคร" เมืองหลวงของประเทศไทย ซึ่งมีความหมายว่า "เมืองแห่งเทวดา"
เวด้า (Vedas)
คอมพิวเตอร์นักคำนวณผู้เป็นเสาหลักของ โซเลสตัลบีอิงก์ และมีบุคลิกและแนวทางความคิดของอีโอเรียบรรจุเอาไว้พร้อมกับเก็บรักษาร่าง เดิมของอีโอเรียเอาไว้ด้วยเช่นกัน เวด้าคอยทำหน้าที่กำหนดและมอบหมายภารกิจ วิเคราะห์การดำเนินแผนการณ์และสภาพของผลลัพธ์ต่างๆ ล่วงหน้า รวมถึงการคัดเลือกเหล่ากันดั้มไมสเตอร์เพื่อจะให้มาขับกันดั้ม มีลักษณะเป็นเครื่องจักรคอมพิวเตอร์ทรงกลมซึ่งตั้งอยู่ภายใต้ฐานทัพลับ บริเวณด้านหลังของดวงจันทร์ โดยในเรื่องจะมีผู้คนเพียงจำนวนน้อยที่ได้รับอนุญาตในการเข้าถึงข้อมูลภายใน เวด้าได้ และส่วนใหญ่การส่งและรับข้อมูลจากเวด้าจะอาศัยคอมพิวเตอร์ภายในองค์กรและระบบของฮาโร่บางตัว ซึ่งในตอนที่ 22 เวด้าได้ทำการตัดขาดการเชื่อมต่อในการควบคุมกันดั้มและการติดต่อกับเหล่า สมาชิกของ เซเลสเชียลบีอิงก์ โดยสมบูรณ์หลังจากที่ถูกแฮ็กและร่างแช่แข็งของอีโอเรียได้เสียชีวิตลงจากการ ทรยศของอเลนฮาโดร
เวด้า มาจากภาษาสันสกฤต "वेद" ("เวท") อันได้แก่ "คัมภีร์พระเวท" คัมภีร์สำคัญทางศาสนาพราหมณ์ ซึ่งบันทึกคำสอนและระเบียบปฏิบัติต่างๆ ของศาสนาไว้
จบเนื้อหาส่วนที่เสียอรรถรสแล้ว ข้อความด้านบนนี้กล่าวถึงเนื้อเรื่องหรือฉากจบ

Season 2

 เซ เลสเชียลบีอิงก์

CBS-74 ปโทเลไมออส 2 (ญี่ปุ่น
プトレマイオス2 Ptolemaios 2 ?)
ยานแม่รุ่นใหม่ของโซเลสตัลบีอิงค์ ซึ่งสร้างขึ้นมาแทนที่ปโทเลไมออสเดิม มีลักษณะคล้ายกับยานอากาม่าจาก กันดั้ม Z โดยมีส่วนยื่นโลหะยาวออกมาจากกราบซ้ายขวา ยานมีลักษณะยาวเรียบ สีของยานยังคงเป็นแบบเดิม มีประสิทธิภาพสูงมากยิ่งกว่าเดิม สามารถปฏิบัติงานได้ทั้งในอวกาศและพื้นโลกรวมถึงใต้น้ำ และสามารถฝ่าชั้นบรรยากาศได้ด้วยความเร็วสูงจากการใช้ GN Field อีกทั้งยังสามารถดึงเอาพลังของระบบ Trans-Am จากตัวกันดั้มมาเพื่อเพิ่มความเร็วให้กับตัวยานได้อีกหลายเท่าด้วย มีการติดอาวุธเพิ่มเติมขึ้นจากเดิมทั้ง GN แคนนอน และ GN มิสไซส์ เป็นต้น
GNR-010 โอ ไรเซอร์ (0 Raizer)
ยานรบที่มีหน้าที่สนับสนุน ดับเบิลโอ กันดั้ม โดยสามารถเชื่อมต่อกับตัว ดับเบิลโอ ได้เพื่อให้การทำงานของระบบ Twin Drive ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นักบินคือ ซาจิ ครอสโร้ด
GNR-101A GN อาร์เชอร์ (GN Archer)
ยานรบที่คอยสนับสนุน อาริออส กันดั้ม สามารถเชื่อมต่อกับ อาริออส ร่าง โมบิลอาร์มเมอร์ เพื่อสนับสนุนการโจมตี และยังเปลี่ยนเป็นร่าง โมบิลสูท เองได้อีกด้วย นักบินคือ โซม่า พีริส หรื มารีน พราฟาซี่

 สหพันธ์ โลก

เมเมนโต้ โมรี่ (Memento Mori)
ปืนใหญ่อนุภาค อาวุธทำลายล้างสูงของสหพันธ์โลกซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยอ้างความพยายามรวมโลก เป็นหนึ่งเดียวกัน โดยติดตั้งอยู่ที่วงโคจรประดิษฐ์ของลิฟต์วงโคจร สามารถยิงลำแสงอนุภาคพลังงานสูงซึ่งสามารถทำลายล้างเมืองทั้งเมืองจนสาปสูญ ไปได้ในชั่วพริบตา และยังสามารถปรับตำแหน่งของตัวปืนให้ยิงเหนือตนเองขึ้นไปได้เพื่อป้องกันตัว เอง

Memento Mori มาจากภาษาละตินหมายถึง "ระลึกถึงความตายของท่าน" ซึ่งถูกใช้เป็นชื่อของแนวจิตรกรรมเกี่ยวกับชีวิตและความตายของมนุษย์

 อิน โนเวเตอร์

โคโลนี่ "เซเลสเชียลบีอิ้ง"(Celestial Being)
โคโลนี่ขนาดใหญ่ซึ่งเป็นฐานทัพของอินโนเวเตอร์ ถูกสร้างขึ้นโดยอีโอเรียเมื่อ 200 ปีก่อนเพื่อใช้ในการรับมือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเป็นสถานที่ตั้งของเวด้าสุดยอดคอมพิวเตอร์ควอนตัมเสาหลักของเซเลสเชียลบี อิ้ง ลักษณะภายนอกคล้ายกับดาวเคราะห์น้อยทรงโดมในส่วนหน้า และส่วนหลังเป็นเครื่องจักรส่วนท้ายเป็นแท่งยาว มีอาวุธติดตั้งอยู่รอบด้านจำนวนมาก โดยเฉพาะปืนใหญ่อนุภาคที่สามารถเปลี่ยนตำแหน่งยิงได้อย่างอิสระและมีพลัง ทำลายมหาศาล เชื่อว่าเป็นต้นแบบของ "เมเมนโต้ โมรี่" ภายในโคโลนี่ยังประกอบไปด้วยส่วนพักอาศัย โรงงานผลิตยุทโธปกรณ์ ท่าส่งยาน และห้องที่เวด้าถูกตั้งไว้

 ทีมงาน

 เพลง ประกอบ

เพลงเปิดเรื่อง (Opening) 
  • "Daybreak's Bell" โดย L'Arc~en~Ciel(ตอนที่ 1-13)
  • "Ash Like Snow" โดย The Brillant Green (ตอนที่ 14-25)
  • "儚クモ永久のカナシ" (Hakanaku no Towa no Kanashi) โดย UVERworld (ซีซั่น2 ตอนที่1-13)
  • "泪のムコウ" (Namida no Mukou) โดย Stereo pony (ซีซั่น 2 ตอนที่ 14-25)
เพลงจบ (Ending) 
  • "罠" (Wana) โดย The Back Horn (ตอนที่ 1-13)
  • "Friends" โดย Stephanie (ตอนที่ 14-25)
  • "Prototype" โดย Ishikawa Chiaki (ซีซั่น 2 ตอนที่1-13)
  • "Trust you" โดย Yuna Ito (ซีซั่น 2 ตอนที่ 14-25)
เพลงแทรก (Insert) 
  • "Love Today" โดย Taja (ตอนที่ 18 และ ตอนที่ 24)
  • "Unlimited Sky" โดย tommy Heavenly 6 (ซีซั่น 2 ตอนที่ 7 และตอนที่ 18)
  • "Tomorrow" โดย มารินะ อิสมาอิล (สึเนะมัตสึ อายูมิ) (ซีซั่น 2 ตอนที่ 15)

 

ร้านโมเดลกันดัมทอยด์,ร้านโมเดลกันดัมและของเล่น